ผู้นำสูงสุดอิหร่านออกแถลงการณ์เนื่องในวาระพิธีฮัจญ์ ประกาศชัยชนะ ลั่นหลังสงครามฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร เนื่องในโอกาสการแสวงบุญ (ฮัจญ์) ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเขากล่าวว่ามีบทบาทสำคัญในการ “บอกเล่าเรื่องราวแห่งชัยชนะ” ในสงครามต่อต้านพันธมิตรสหรัฐ-อิสราเอล โดยแถลงการณ์ระบุ
“นาฬิกาไม่สามารถย้อนกลับได้ ชาติและดินแดนทั้งหลายในภูมิภาคนี้จะไม่เป็นโล่ป้องกันให้กับฐานทัพอเมริกันอีกต่อไป”
ความเห็นจากผู้นำสูงสุดบ่งบอกถึงมุมมองของอิหร่านที่ว่า ความขัดแย้งครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในอ่าวเปอร์เซียที่มั่งคั่งด้วยน้ำมันไปอย่างสิ้นเชิง เป็นการบ่อนทำลายความแข็งแกร่งของสหรัฐ และสร้างกลไกป้องปรามที่จะบีบให้ประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียต้องอยู่ร่วมกับอิหร่านอย่างสันติ
คาเมเนอีอ้างว่า การไปแสวงบุญของชาวอิหร่านเป็นสัญลักษณ์ของเอกภาพอิสลาม แม้อิหร่านใช้ยุทธศาสตร์โจมตีเพื่อนบ้านในภูมิภาคเพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลก็ตาม โดยเขายังเชิญประเทศมุสลิมทั้งมวล “ให้เป็นมิตรและร่วมมือกัน” ด้วย
ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถูกเตหะรานถล่มหนักและโจมตีโต้กลับไปหลายครั้ง ได้ร่วมวงกับซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ จี้ให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เจรจายุติสงคราม ตามที่บลูมเบิร์กรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน
ล่าสุดทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างบ่งชี้ว่าใกล้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวที่จะขยายระยะเวลาหยุดยิงในปัจจุบันออกไป แล้วตามด้วยการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ
ในแถลงการณ์ของคาเมเนอีไม่ได้กล่าวถึงความพยายามทางการทูตเพื่อยุติการสู้รบ หรือการปะทะกันในวันที่ผ่านมาที่กำลังเป็นบททดสอบการหยุดยิงระหว่างทั้งสองฝ่าย
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การเจรจาจะใช้เวลา “สองสามวัน” พร้อมเตือนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อาจเลิกเจรจาถ้าไม่ได้ข้อตกลงที่ดี
ด้านคณะผู้แทนอิหร่านเดินทางเยือนกาตาร์วันนี้ (26 พ.ค.) เพื่อเจรจาเรื่องการปล่อยเงินทุนที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ ซึ่งเตหะรานระบุว่าเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของข้อตกลงใดๆ ก็ตาม

