วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'นายกฯ เยอรมนี' วิจารณ์ 'อิหร่าน' ทำสหรัฐขายหน้า เจรจาถึงปากีสถาน แต่ไม่ได้อะไรกลับมา

ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐเยอรมนี วิพากษ์วิจารณ์ 'อิหร่าน' ทำให้สหรัฐขายหน้า คณะผู้แทนเดินทางไปเจรจาถึงปากีสถาน แต่ไม่ได้อะไรกลับมา

นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ของเยอรมนี กล่าวในวันจันทร์ (27 เม.ย.) ว่า ผู้นำของอิหร่านสร้างความอับอายให้กับสหรัฐ และทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐต้องเดินทางไปปากีสถาน จากนั้นก็กลับออกมาโดยที่ไม่ได้ผลลัพธ์อะไร ซึ่งเป็นการแสดงการตำหนิเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ผิดปกติ

เมิร์ซบอกด้วยว่า เขายังมองไม่ออกว่า สหรัฐมีกลยุทธ์ถอนตัวออกสงครามอิหร่านอย่างไร

รอยเตอร์ระบุว่า นี่ถือเป็นความคิดเห็นที่ตอกย้ำถึงความแตกแยกอย่างลึกซึ้งระหว่างวอชิงตันและพันธมิตรนาโตในยุโรป ซึ่งความขัดแย้งนี้ได้ก่อตัวขึ้นแล้วจากประเด็นยูเครนและประเด็นอื่นๆ

“เห็นได้ชัดว่าคนอิหร่านเชี่ยวชาญในการเจรจา หรือเชี่ยวชาญในการไม่เจรจา ปล่อยให้อเมริกันเดินทางไปอิสลามาบัดแล้วก็จากไปโดยไม่มีผลลัพธ์ใดๆ” นายกฯ เยอรมนีกล่าวระหว่างให้การบรรยายแก่นักศึกษาในเมืองมาร์สเบิร์ก

“ทั้งประเทศกำลังถูกผู้นำอิหร่าน โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ ทำให้เสื่อมเสียเกียรติ ดังนั้นผมหวังว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยเร็วที่สุด” เมิร์ซกล่าวเสริม ณ สถานที่จัดงานบรรยายในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้วิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรนาโตอย่างรุนแรงที่ไม่ส่งกองทัพเรือไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างเกิดความขัดแย้ง ช่องแคบดังกล่าวแทบจะปิดสนิทและถูกควบคุมโดยอิหร่าน ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดและเกิดการหยุดชะงักในการจัดกาพลังงานทั่วโลกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมิร์ซย้ำว่า ชาวเยอรมันและชาวยุโรปไม่ได้รับการปรึกษาหารือก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะเริ่มโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และเขาก็แสดงความกังขาของเขาต่อทรัมป์โดยตรงหลังจากนั้น

“ถ้าผมรู้ว่ามันจะยืดเยื้อแบบนี้ไปอีกห้าหรือหกสัปดาห์และเลวร้ายลงเรื่อยๆ ผมคงบอกเขาอย่างหนักแน่นกว่านี้” เมิร์ซกล่าว โดยเปรียบเทียบกับสงครามครั้งก่อนๆ ของสหรัฐในอิรักและอัฟกานิสถาน

เมิร์ซกล่าวต่อว่า ช่องแคบฮอร์มุซถูกวางทุ่นระเบิดไว้ในพื้นที่บางส่วน เยอรมนีจึงเสนอส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดไปให้ และเสริมว่าความขัดแย้งนี้ทำให้เยอรมนีต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งมาจากเงินของประชาชนมากมาย และใช้กำลังทางเศรษฐกิจมหาศาลด้วย

ความหวังที่จะฟื้นความพยายามในการสร้างสันติภาพได้จางหายไปนับตั้งแต่ทรัมป์ยกเลิกการเยือนกรุงอิสลามาบัดของทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ในวันเสาร์ (25 เม.ย.) หลังจากอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางออกจากปากีสถาน ไม่รอเจรจากับสหรัฐ

อารักชียังไปเยือนโอมานต่อ และไปรัสเซียในวันจันทร์ (27 เม.ย.) หลังจากประสบความล้มเหลวในการหารือในปากีสถานและก่อนหน้านั้นในโอมาน