วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ทรัมป์"ระงับ 2 ผู้แทนสหรัฐเยือนปากีฯ หลังอิหร่านหารือร่วมปากีฯเพียงฝ่ายเดียว

ความหวังจะได้เห็นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านเลือนลางมากขึ้น ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ สั่งยกเลิกการเดินทางเยือนปากีสถานของคณะผู้แทนสหรัฐ เพื่อเจรจากับอิหร่าน หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน หารือกับเจ้าหน้าที่ของปากีสถานในกรุงอิสลามาบัดเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

KEY POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งระงับการเดินทางเยือนปากีสถานของผู้แทนสหรัฐ 2 คน ที่มีกำหนดการจะพบกับคณะผู้แทนจากอิหร่าน
  • การยกเลิกมีขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้เข้าหารือกับผู้นำปากีสถานไปก่อนแล้ว โดยไม่มีความคืบหน้าหรือข้อตกลงใดๆ
  • ทรัมป์ให้เหตุผลว่าเกิดความสับสนวุ่นวายและการแย่งชิงอำนาจภายในกลุ่มผู้นำอิหร่าน ทำให้ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริง
  • ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐยังคงถือไพ่เหนือกว่า และหากอิหร่านต้องการเจรจา ก็ต้องเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาเอง

ทรัมป์ โพสต์ข้อความลงบนทรูธโซเชียลว่า ได้สั่งยกเลิกการเดินทางไปกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ของนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของเขา ที่จะไปพบกับ คณะผู้แทนอิหร่าน เพราะปัญหาความสับสนวุ่นวายอย่างหนักภายในคณะผู้นำของอิหร่าน

ทรัมป์ ระบุด้วยว่า การเดินทางของตัวแทนสหรัฐทั้งสองคนเป็นการเสียเวลาเดินทางมากเกินไป แถมยังมีการแย่งชิงอำนาจอย่างรุนแรงภายในคณะผู้นำของอิหร่าน ทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นคนกุมอำนาจที่แท้จริง

แต่ทรัมป์ก็ย้ำว่า สหรัฐยังถือไพ่เหนือกว่าอิหร่าน ดังนั้น ถ้าอิหร่านอยากจะคุย สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ ติดต่อกลับมาหาสหรัฐ

คำสั่งยกเลิกการเดินทางตัวแทนเจรจาสหรัฐ ทั้งสองคนของทรัมป์ มีขึ้นหลังจากนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เดินทางออกจากกรุงอิสลามาบัด โดยไม่มีสัญญาณความคืบหน้าหรือการบรรลุข้อตกลงใดๆ จากการหารือกับนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ของปากีสถาน

นายอารักชี โพสต์ข้อความลงบน X ว่า การเดินทางเยือนปากีสถานของเขานประสบความสำเร็จอย่างดี พร้อมขอบคุณการดำเนินบทบาทเป็นตัวกลางและความพยายามอันเต็มไปด้วยไมตรีจิตแบบพี่น้องของปากีสถาน เพื่อนำสันติภาพกลับมาสู่ภูมิภาค

อิหร่านเสนอจุดยืนเกี่ยวกับกรอบการทำงานที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อยุติสงครามที่กระทำต่ออิหร่านอย่างถาวรแต่อิหร่านยังคงต้องรอดูต่อไปว่า สหรัฐจะมีความจริงใจอย่างแท้จริงต่อการใช้กลไกทางการทูตหรือไม่