คลิปสั้นความยาวไม่เกินสามนาทีกำลังกลายเป็นสมรภูมิหลักในโซเชียลมีเดีย สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นรอบนี้ สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทที่มีทักษะและองค์ความรู้ในการหาเสียงรูปแบบใหม่
บริษัทพัฒนาเว็บแฮร์ฟูล มีเว็บไซต์พุ่งเป้าผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยเฉพาะ โดยมีคู่มือกลยุทธ์วีดีโอสั้นสำหรับนักการเมืองให้ดาวน์โหลดฟรี ยอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า
คู่มือดังกล่าวซึ่งเป็นเอกสารความยาว 27 หน้าอธิบายความแตกต่างระหว่างแพลตฟอร์ม เช่น ยูทูบและอินสตาแกรม บอกวิธีการพื้นฐานในการบันทึกวีดีโอสั้น และการพูดในรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม รวมทั้งให้ข้อมูลการตัดต่อ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ชมราว 20%-30% จะเลิกดูคลิปภายในสามวินาทีแรก คู่มือจึงเน้นย้ำถึงจังหวะที่รวดเร็ว
“เจ้าหน้าที่หาเสียงสอบถามกันมามากเรื่องการทำวีดีโอ” ตัวแทนแฮร์ฟูลกล่าวกับเว็บไซต์นิกเคอิเอเชีย
ทั้งนี้ ข้อมูลผู้ใช้ทั่วโลกประจำปี 2025 จากบริษัทเซ็นเซอร์ทาวเวอร์ในสหรัฐ พบว่าเวลาชมวีดีโอสั้นบนยูทูบคิดเป็น 26% บนอินสตาแกรม 46% บนติ๊กต็อก 53% แม้แต่บน X ที่เน้นข้อความมีรูปภาพบ้างการชมคลิปสั้นก็ยังคิดเป็น 11%
สัปดาห์ก่อน อิจินิ บริษัทในโตเกียวผู้ทำเว็บไซต์ข้อมูลเลือกตั้ง Senkyo Dot Com เริ่มเสนอเครื่องมือทำวีดีโอแบบง่ายๆ สำหรับนักการเมือง ผู้ใช้สามารถอัปโหลดวิดีโอและใช้เทมเพลตใส่คำบรรยายและส่วนเพิ่มเติมอื่นๆ ได้ ภายในสัปดาห์แรกที่เปิดให้บริการมีผู้ใช้งานแล้วหลายร้อยคน
"ยอดดูวีดีโอเติบโตขึ้นในการเลือกตั้งทุกครั้ง พรรคการเมืองและผู้สมัครจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอข้อมูลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” สึคาสะ ซาโตะ ผู้บริหารอิจินิ กล่าว
การใช้วีดีโอสั้นในการเลือกตั้งญี่ปุ่นเริ่มแพร่หลายจากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีโตเกียว เดือน ก.ค.2024 เมื่อชินจิ อิชิมารุ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองอากิทากาตะ จ.ฮิโรชิมา ใช้ดึงดูดโหวตเตอร์หนุ่มสาว
หลังจากนั้นคลิปสั้นก็เป็นที่นิยมรวมทั้งในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เดือน ก.ค.2025
Senkyo Dot Com พบว่า วีดีโอความยาวไม่เกินสามนาทีดึงยอดวิวได้ 65% จากวีดีโอทั้งหมดของพรรคการเมืองและผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ว.
“ผู้สมัครและทีมหาเสียงมีงานให้ทำมากมายช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พวกเขาไม่ค่อยมีเวลาตัดต่อวีดีโอ จึงมักใช้วิธีจ้างคนนอกมาทำ” ตัวแทนจากบริษัทผลิตวีดีโอรายหนึ่งในโตเกียวกล่าวกับนิกเคอิ
อย่างไรก็ตามกฎหมายเลือกตั้งญี่ปุ่นยังมีความคลุมเครือ โดยทั่วไปกฎหมายห้ามว่าจ้างคนอื่นทำงานให้เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งกันใช้เงิน การว่าจ้างทำได้เพียงบางงานเท่านั้นและเป็นงานใช้แรงงานพื้นๆ เช่น ติดโปสเตอร์
เมื่อญี่ปุ่นยกเลิกการห้ามหาเสียงออนไลน์ในปี 2013 กระทรวงมหาดไทยและการสื่อสารออกคู่มือกำหนดว่า การว่าจ้างบริษัททำกิจกรรมหาเสียงถือว่าผิดกฎหมาย
ในการเลือกตั้งท้องถิ่น จ.เฮียวโง เมื่อเดือน พ.ย.2024 ประธานบริษัทประชาสัมพันธ์แห่งหนึ่งซึ่งว่าจ้างโดยโมโตฮิโกะ ไซโตะ ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ผลิตโปสเตอร์ โพสต์ข้อความออนไลน์ว่า บริษัทของเธอได้รับมอบหมาย“ให้ดูแลการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งโดยรวม” นำไปสู่ข้อกล่าวหาทั้งตัวประธานบริษัทและผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจ่ายเงินโดยมิชอบ แม้สุดท้ายอัยการไม่ดำเนินคดีเนื่องจากไม่มีหลักฐาน
สำหรับการผลิตวีดีโอเนื่องจากเป็นการตัดสินใจที่มีรายละเอียด จึงยากจะบอกได้ว่างานนี้เป็นงานประจำหรืองานอิสระ
“เราก็แค่ทำวีดีโอตามข้อมูลที่ได้ และเราก็ปฏิบัติตามกฎ” บริษัทผลิตวีดีโออีกหลายหนึ่งในโตเกียวกล่าว
สำหรับตัวผู้ชมก็จำเป็นต้องระมัดระวังเช่นกัน อัลกอริธึมมักแสดงเนื้อหายั่วยุที่ดึงผู้ชมได้มากกว่า
“ระบบเองก็มีปัญหาทำให้ความคิดเห็นสุดโต่งโดดเด่นกว่าที่ควรจะเป็น” อิจิโร มิซุตานิ อาจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายสื่อ มหาวิทยาลัยเคอิโอะ แสดงทัศนะ
ข้อน่าสังเกตอย่างหนึ่งคือวีดีโอหลายชิ้นได้รับการบันทึก ตัดต่อ และโพสต์โดยภาคีฝ่ายที่ 3 มากกว่าผู้สมัครหรือพรรคโพสต์เอง ความเสี่ยงถูกบิดเบือนข้อมูลโดยเอไอยิ่งทำให้การรับประกันว่านี่คือข้อมูลจริงมีความสำคัญมากขึ้น
“สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งคือ อยู่ห่างๆ จากข้อมูลหวือหวาเรียกความสนใจ แล้วเอาเวลามาคิดไตร่ตรอง” มิซุตานิ สรุป





