กลุ่มผู้ประท้วงได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของ Microsoft ในกรุงอัมสเตอร์ดัม นับเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมประท้วงใหญ่ 2 วันใน 16 ประเทศทั่วโลก
KEY POINTS
- กลุ่มผู้ประท้วงบุกรุกพื้นที่ก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของ Microsoft ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวประท้วงที่เกิดขึ้นใน 16 ประเทศทั่วโลก
- การประท้วงเกิดจากความกังวลว่าการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ของบริษัท ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมประท้วงใหญ่เป็นเวลา 2 วัน ที่เกิดขึ้นใน 16 ประเทศทั่วโลก เพื่อต่อต้านการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ท่ามกลางความกังวลว่าการขยายดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เครือข่าย Stop Dirty Data Centres ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและกลุ่มรณรงค์ด้านสิทธิดิจิทัล ได้ประกาศจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวใน 16 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้มีการระงับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่เป็นการชั่วคราว
โดยในกรุงอัมสเตอร์ดัม มีผู้ประท้วงมากกว่า 100 คน รวมตัวกันบริเวณพื้นที่ก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เอไอของ Microsoft ก่อนจะคล้องแขนและบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ ปีนขึ้นไปบนเครนก่อสร้าง แขวนลูกโป่ง และเต้นรำ ท่ามกลางการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ประท้วงบางรายถือป้ายข้อความโจมตีอย่างดุเดือด เช่น "Screw your datacentre"
แซม ฟาน เดอร์ บีค หนึ่งในผู้เข้าร่วมการประท้วง กล่าวว่า "ดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้กำลังทำลายโลกของเรา โลกกำลังกลายเป็นสถานที่ที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้เนื่องจากการใช้ทรัพยากรอย่างมหาศาล นั่นคือเหตุผลที่เรามาอยู่ที่นี่ในวันนี้"
ทางด้าน Pure Data Centres เจ้าของพื้นที่โครงการ ซึ่งวางแผนจะลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Oaktree ในเครือของ Brookfield ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น และขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ออกจากบริเวณดังกล่าวอย่างปลอดภัยเพื่อเปิดการหารืออย่างสันติ
ขณะเดียวกัน Microsoft ได้ชี้แจงว่า บริษัทเข้าใจถึงความรู้สึกอันแรงกล้าของประชาชนและเคารพสิทธิ์ในการแสดงออกอย่างสันติ แต่ไม่สนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ กิจกรรมประท้วงอื่นๆ ยังมีการเดินขบวนในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ การชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ และการประท้วงต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์อีกแห่งของ Microsoft ในประเทศเดนมาร์ก
กระแสการต่อต้านโครงสร้างพื้นฐานเอไอกำลังขยายตัวตั้งแต่สเปน อินเดีย ไปจนถึงสหรัฐ ซึ่งราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่า การที่พรรคเดโมแครตคุมอำนาจในรัฐสภาสหรัฐ อาจนำไปสู่การออกกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นจนฉุดรั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมเอไอ
นักรณรงค์ชี้ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อการใช้น้ำและไฟฟ้า แย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดกับภาคที่อยู่อาศัยและธุรกิจอื่นๆ ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความเสี่ยงเรื่องการสูญเสียตำแหน่งงาน และอันตรายต่อความมั่นคงส่วนบุคคลและระดับชาติ จากการผูกขาดอำนาจของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
ในทางกลับกัน บริษัทเทคโนโลยีโต้แย้งว่า ดาต้าเซ็นเตอร์มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการตอบสนองความต้องการเอไอและระบบคลาวด์ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับภาคธุรกิจ รัฐบาล และผู้บริโภค
ขณะที่กลุ่ม Stop Dirty Data Centres ยืนยันว่าไม่ได้ต่อต้านความก้าวหน้าหรือเรียกร้องให้ปิดดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ แต่ต้องการให้หยุดการก่อสร้างโครงการใหญ่ๆ ไว้ก่อน จนกว่ารัฐบาลจะออกกฎระเบียบที่ชัดเจน
ปัจจุบัน ยุโรปกำลังเผชิญภาวะชะงักงัน ระหว่างความทะเยอทะยานที่จะก้าวให้ทันสหรัฐและเอเชียในการพัฒนาเอไอเพื่อเพิ่มผลิตภาพ กับการรักษามาตรการควบคุมและปกป้องประโยชน์สาธารณะที่เข้มงวด
เฮนนา เวย์กคูเนน กรรมาธิการด้านเทคโนโลยีของสหภาพยุโรป (อียู) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ยุโรปจำเป็นต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเอไอ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยย้ำว่า "เอไอเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างยิ่งและเราจำเป็นต้องมีศักยภาพเป็นของตนเอง" อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวเสริมว่า "สำคัญมากที่ประชาชนต้องมั่นใจว่า ค่าไฟฟ้าของพวกเขาจะไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด หรือเกิดไฟดับเนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์และโครงการเหล่านี้ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม"
วิกฤติและความกังวลดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โครงการของ Google ในฟินแลนด์ กำลังเผชิญการสอบสวนทางอาญาเกี่ยวกับการแผ้วถางพื้นที่ ขณะที่อิตาลีและโปรตุเกสกำลังยกระดับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ให้เข้มงวดขึ้น ส่วน Microsoft ได้ตัดสินใจถอนตัวจากโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในสหราชอาณาจักรหลังเจอปัญหาความล่าช้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ เฉพาะประเทศเนเธอร์แลนด์เพียงประเทศเดียวนั้น มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างการวางแผน การก่อสร้าง หรือเปิดดำเนินการแล้ว รวมกันประมาณ 200 แห่ง




