ศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐกลายเป็นบททดสอบความแม่นยำระหว่าง “โพลสำรวจ” กับ “ตลาดทำนายผล” Kalshi เผยยอดซื้อขายสัญญาเลือกตั้งทะลุ 1.2 พันล้านดอลลาร์ แซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ไปแล้ว จับตาผลเลือกตั้งรอบนี้อาจพิสูจน์ว่าการใช้เงินจริงซื้อขายสัญญาคาดการณ์จะให้ข้อมูลแม่นยำกว่าโพลหรือไม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการปั่นตลาด
ตลาดทายผลเหตุการณ์ในอนาคต (Prediction Markets) และบรรดาโพลสำรวจความคิดเห็น (Poll) ต่างประเมินตรงกันว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสชนะเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ แต่ตลาดทำทายผล ซึ่งนำโดยแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Kalshi และ Polymarket ยังมีความมั่นใจน้อยกว่าเล็กน้อย
สถานการณ์นี้กำลังจะกลายเป็นอีกบทหนึ่งของการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นระหว่างอุตสาหกรรมตลาดทายผลกับโพลสำรวจ หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ทำให้ทั้งสองธุรกิจนี้ถูกจับตามองอย่างมาก
ตลาดทายผลโตแรง ยอดทะลุ 1.2 พันล้านดอลลาร์
ความแตกต่างระหว่างตลาดทายผลกับโพลสำรวจมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของสาธารณชนอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2024 เมื่อการประเมินโอกาสชนะของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันถึง 10 จุดเปอร์เซ็นต์ ทำให้หลังการเลือกตั้งถึงกับมีบทวิเคราะห์บางส่วนสรุปว่า ตลาดคาดการณ์ทายผลได้ถูกต้อง ขณะที่โพลสำรวจไม่แม่นเท่า
ผลการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริษัทผู้ให้บริการตลาดทายผล
ที่ผ่านมาเจ้าตลาดอย่าง Kalshi และ Polymarket ยืนยันมาโดยตลอดว่า แพลตฟอร์มของตนเองสะท้อนความเป็นจริงได้แม่นกว่าโพลสำรวจ เพราะผู้เข้าร่วมซื้อขายต้องนำ "เงินจริงๆ" มาเสี่ยงกับผลลัพธ์ที่ตนคาดการณ์
อย่างไรก็ตาม ตลาดทำทายผลเพิ่ง "พลาด" ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลเมื่อเร็วๆ นี้ โดยผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งในท้ายที่สุดกลับได้รับการประเมินโอกาสชนะเพียงแค่ 20% ก่อนทราบผล
ถึงอย่างนั้นธุรกิจตลาดทายผลก็ยังอยู่ในช่วงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Kalshi เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า มูลค่าการซื้อขายในตลาดทายผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ "ทะลุ 1.2 พันล้านดอลลาร์แล้ว" สูงกว่าการซื้อขายในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2024
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูการเลือกตั้งกลางเทอมรอบนี้จะเห็นว่า ความต่างระหว่างตลาดทายผลกับโพลสำรวจ ไม่ได้มากเหมือนกับการเลือกตั้งปธน. ครั้งที่ผ่านมาที่ต่างกันถึง 10 จุดเปอร์เซ็นต์
ในครั้งนี้เวทีที่ต่างกันชัดเจนที่สุดคือ การเลือกตั้งวุฒิสภา จากการวิเคราะห์ของ Yahoo Finance พบว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ความน่าจะเป็นที่ทั้งสองฝ่ายประเมินแตกต่างกันอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 7.3 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อใกล้ถึงวันเลือกตั้งช่องว่างก็ยิ่งแคบลงเหลือ 2.9 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วงเช้าวันอังคาร
ตลาดทำทายผลชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่ Kalshi, Polymarket และ PredictIt ประเมินว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสครองวุฒิสภา 77.3% ขณะที่แบบจำลองจากโพลสำรวจ 2 แห่งให้โอกาสสูงกว่าเล็กน้อยที่ 80.2%
ส่วนในเวทีสภาผู้แทนราษฎร ทั้งสองฝ่ายประเมินผลใกล้เคียงกันมากกว่า โดยช่องว่างเฉลี่ยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ไม่ถึง 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง โดยตลาดทายผลให้โอกาสที่เดโมแครตจะชนะในสภาล่างที่ 94% เทียบกับ 96.2% จากแบบจำลองโพลสำรวจ
สำหรับการวิเคราะห์ครั้งนี้นำค่าความน่าจะเป็นรายวันจาก 3 แพลตฟอร์มดังกล่าวมาหาค่าเฉลี่ย เพื่อสร้างตัวชี้วัดตลาดทายผลที่ปรับปรุงต่อเนื่อง จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของโพลสำรวจ 2 แห่ง ได้แก่ การประเมินของ เนต ซิลเวอร์ (Nate Silver) นักสถิติชื่อดัง และ ElectIt จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
นักการเมืองเพิ่มแรงกดดัน หวั่นปั่นตลาดเลือกตั้ง
ทว่าความร้อนแรงของตลาด Prediction Markets ก็มาพร้อมความกังวลเช่นกัน ผู้กำหนดนโยบายเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ธุรกิจตลาดทำนายผลกันมากขึ้น โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการ "ปั่นตลาด" และการ "ใช้ข้อมูลภายใน" พร้อมส่งสัญญาณว่าจะดำเนินมาตรการทั้งด้านกฎหมายและการฟ้องร้อง
วุฒิสมาชิกเอลิซาเบธ วอร์เรน จากพรรคเดโมแครต ซึ่งอาจได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารที่ทรงอิทธิพลของวุฒิสภา หากเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมาก ได้ร่วมกับจอห์น เคอร์ติส วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ส่งจดหมายถึง Kalshi และ Polymarket เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับตลาดคาดการณ์ผลเลือกตั้งและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปั่นตลาด
“เรากังวลมากเป็นพิเศษเกี่ยวกับสัญญาที่อ้างอิงเหตุการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง” วุฒิสมาชิกทั้งสองระบุในจดหมาย “สัญญาที่ผูกกับผลการเลือกตั้งได้รับความสนใจจากสื่ออย่างมาก และผู้สังเกตการณ์บางส่วนยังนำไปใช้เป็นตัวชี้วัดกระแสความนิยมทางการเมืองด้วย”
ในรัฐยูทาห์ ซึ่งเป็นรัฐบ้านเกิดของเคอร์ติส Kalshi กำลังดำเนินคดีเพื่อโต้แย้งรัฐว่า กฎระเบียบของรัฐบาลกลางสามารถมีอำนาจเหนือกฎหมายต่อต้านการพนันของรัฐยูทาห์ได้หรือไม่ หลังฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐต้องการนำกฎหมายดังกล่าวมาบังคับใช้กับตลาดคาดการณ์
องค์กร Better Markets ยื่นความเห็นต่อศาลในฐานะบุคคลภายนอกคดีเพื่อสนับสนุนรัฐยูทาห์ โดยระบุว่า “ผลกระทบของคดีนี้สำคัญอย่างยิ่ง... รัฐยูทาห์มีสิทธิเต็มที่ที่จะตัดสินใจว่า ประชาชนในรัฐไม่ควรต้องเผชิญผลเสียจากการพนันกีฬา”
ย้อนปี 2024 ตลาดทายผลแม่นกว่าโพลจริงหรือ
ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2024 ตลาดทายผลให้โอกาสโดนัลด์ ทรัมป์ชนะมากกว่าโพลสำรวจ และเมื่อทรัมป์ชนะจริง ผู้ประกอบการตลาดทายผลก็ใช้ผลดังกล่าวยืนยันความแม่นยำของตนเอง
แต่เมื่อพิจารณาตัวเลขก่อนวันเลือกตั้งจะพบว่า ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ประเมินแตกต่างกันมากนัก โดยตลาดทายผลให้โอกาสทรัมป์ชนะอยู่ที่ 57–62% ขณะที่เนต ซิลเวอร์ นักสถิติชื่อดัง ประเมินจากข้อมูลโพลสำรวจว่า คามาลา แฮร์ริส มีโอกาสชนะ 50.015% หรือแทบไม่ต่างจากทรัมป์
พูดอีกอย่างคือ ตลาดทายผลมองว่าทรัมป์มีโอกาสชนะมากกว่าเล็กน้อย ส่วนโพลประเมินว่าทั้งคู่มีโอกาสชนะพอๆ กัน การที่ทรัมป์ชนะจึงไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าตลาดทายผลแม่นยำกว่าโพล เพราะทั้งสองฝ่ายต่างมองว่าทรัมป์มีโอกาสชนะอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ตลาดทำนายผลยังประเมินโอกาสของผู้ชนะต่ำกว่าความเป็นจริงในบางประเด็นด้วย
ตัวอย่างเช่น ในช่วงเช้าวันเลือกตั้งปี 2024 Kalshi และ Polymarket ให้โอกาสทรัมป์ชนะคะแนนเสียงประชาชนทั่วประเทศ (Popular Vote) เพียงแค่ 20–30% แต่สุดท้ายทรัมป์กลับชนะคะแนนเสียงส่วนนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดดังกล่าวไม่ได้ทำให้ผู้บริหารตลาดทำนายผลลดความมั่นใจในการประกาศความสำเร็จ
เชน คอปแลน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ Polymarket ยืนยันว่า ทั้งการที่แพลตฟอร์มให้โอกาสทรัมป์ชนะสูงกว่าในช่วงก่อนเลือกตั้ง และการที่สะท้อนผลเลือกตั้งได้เร็วกว่าระหว่างคืนเลือกตั้ง ล้วนแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มของเขา “ทำนายผลเลือกตั้งได้ถูกต้อง”
ที่มา: Yahoo Finance





