เปิดแผนโจรกรรมคริปโทฯสะท้านโลก 2 แสนล้านบาท! แฮกเกอร์วางกับดักนานหลายเดือน ใช้ ‘สัมภาษณ์งานปลอม’ ลวงวิศวกร Binance ติดตั้งมัลแวร์ ก่อนอาศัย AI เจาะลึกระบบภายใน กวาดคริปโทฯมหาศาลในเวลาไม่กี่นาที แม้ตรวจพบก็หยุดไม่ทัน
Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิด “เบื้องหลัง” เหตุโจรกรรมคริปโตครั้งประวัติศาสตร์ มูลค่า 6,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2 แสนล้านบาท เผยแฮกเกอร์ใช้กลยุทธ์ “สัมภาษณ์งานปลอม” และ “ซอฟต์แวร์อันตรายแฝงในโฆษณาออนไลน์” เจาะคอมพิวเตอร์วิศวกร ก่อนใช้เครื่องมือ AI ภายในองค์กรขยายการเข้าถึงระบบและขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ FBI ชี้ “กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ” อยู่เบื้องหลัง
Binance ระบุว่า ปฏิบัติการเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน เมื่อวิศวกรที่พัฒนาระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลของ Binance ได้ดาวน์โหลด “เครื่องมือเขียนโค้ด AI ที่ถูกฝังมัลแวร์” ผ่านโฆษณาบนเครื่องมือค้นหา ซึ่งปรากฏในอันดับผลการค้นหา “เหนือ” เว็บไซต์ซอฟต์แวร์ของจริง
แม้ในภายหลัง บริษัทตรวจพบและเปลี่ยนอุปกรณ์ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่และตำแหน่งงานของพนักงานบางส่วนได้รั่วไหลไปแล้ว ซึ่งกลายเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการโจมตีในขั้นต่อไป
ต่อมาในเดือนกันยายน แฮกเกอร์ใช้กลยุทธ์ สัมภาษณ์งานปลอม (Fake Job Interview) ติดต่อวิศวกรซอฟต์แวร์อีกคนผ่านแพลตฟอร์มหางาน โดยแอบอ้างเป็น “ผู้บริหารบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง” ก่อนจัดสัมภาษณ์ออนไลน์กับบุคคลที่อ้างตัวเป็นซีอีโอของบริษัทดังกล่าว แล้วหลอกให้ดาวน์โหลด “ไฟล์ทดสอบงานที่แฝงโค้ดอันตราย” ส่งผลให้คอมพิวเตอร์ของพนักงานถูกเจาะระบบ
วันที่ 20 ต.ค. ผู้โจมตีใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกเจาะร่วมกับเครื่องมือ AI ภายใน Binance เพื่อเข้าถึงระบบของวิศวกรผู้ดูแลกระเป๋าเงินดิจิทัลอีกสองคน ก่อนใช้ข้อมูลรับรองที่ขโมยมาและคอมพิวเตอร์ของหนึ่งในวิศวกรเหล่านั้น เปิดฉากโจรกรรมในวันที่ 29 ต.ค.
ภายในเวลาเพียง 4 นาที แฮกเกอร์สามารถโอนเหรียญ XRP จำนวน 233.46 ล้านเหรียญ ออกจากกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Hot Wallet) จำนวน 5 ใบ ไปยังกระเป๋าที่ผู้โจมตีควบคุม ก่อนทยอยขโมยคริปโตสกุลอื่น รวมถึงบิตคอยน์
แม้ Binance จะตรวจพบธุรกรรมผิดปกติและเร่งระงับการถอนเงิน พร้อมอายัดสินทรัพย์ได้ประมาณ 2.85 พันล้านดอลลาร์ แต่แฮกเกอร์ยังสามารถเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ออกจากระบบได้ต่อเนื่องเกือบ 4 ชั่วโมงหลังเริ่มโจมตี
เหตุผลเพราะแฮกเกอร์ใช้ธุรกรรมลงนาม 50 รายการเพื่อดำเนินการโจมตี ขณะที่ Binance จำเป็นต้องพัฒนาขั้นตอนใหม่สำหรับเพิกถอนสิทธิที่ถูกบุกรุก ส่งผลให้การตอบสนองล่าช้า
สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับ “เกาหลีเหนือ” อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว แม้รัฐบาลเกาหลีเหนือจะปฏิเสธข้อกล่าวหา โดย Binance เปิดเผยว่า เฉพาะปี 2026 บริษัทตรวจพบและสกัดกั้นความพยายามโจมตีทางไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือแล้วถึง 57 ครั้ง
ด้านริชาร์ด เทง ซีอีโอร่วมของ Binance ระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความผิดพลาดหรือช่องโหว่เพียงจุดเดียว แต่เป็นปฏิบัติการที่วางแผนอย่างซับซ้อนหลายเดือน โดยผสมผสานการหลอกลวงทางสังคม มัลแวร์ การยึดอุปกรณ์ และเทคนิค AI เข้าด้วยกัน
ทั้งนี้ Binance ยืนยันว่าจะรับผิดชอบความเสียหายของลูกค้าทั้งหมด พร้อมเร่งฟื้นฟูระบบและเพิ่มการลงทุนด้านการตรวจจับภัยคุกคามด้วย AI
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้แพลตฟอร์มคริปโทฯจะมีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง แต่บุคลากรภายในองค์กร ยังคงเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสำคัญที่อาชญากรไซเบอร์สามารถใช้เป็นช่องทางเจาะเข้าสู่ระบบที่มีสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลได้
อ้างอิง: bloomberg, reuters





