รู้จัก ‘เทรดเดอร์-เทรดเตอร์’ แฮกเกอร์ ‘เกาหลีเหนือ’ ขุมพลังของ ‘คิม จองอึน’ ผ่ากลยุทธ์ Big Game Hunting ใช้ AI ยกระดับการปล้นเงินและคริปโท หาแหล่งรายได้ใหม่หนุนโครงการอาวุธ ‘นิวเคลียร์’
KEY POINTS
- กลุ่มแฮกเกอร์ “TraderTraitor” ของเกาหลีเหนือที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ได้นำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซี
- รายได้มหาศาลจากการแฮกถูกนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนโครงการอาวุธต้องห้ามของประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง และได้กลายเป็นแหล่งรายได้หลักที่แซงหน้าการค้ากับจีนไปแล้ว
- แฮกเกอร์ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า "Big Game Hunting" โดยอาศัย AI ช่วยค้นหาธุรกิจคริปโทมูลค่าสูงเพื่อเจาะระบบ ซึ่ง AI ช่วยให้ปฏิบัติการรวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล
บลูมเบิร์กรายงานว่า แฮกเกอร์ กลุ่ม “TraderTraitor” หรือ เทรดเดอร์-เทรดเตอร์ ของ เกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ระดับแนวหน้าที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ได้นำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับ “การโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซี” ครั้งใหญ่
ที่น่าสนใจคือ รายได้มหาศาลจากการปล้นนี้ถูกนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนโครงการอาวุธที่ถูกแบนของประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง และปัจจุบันรายได้จากคริปโทนี้ได้แซงหน้าแหล่งรายได้อื่นๆ เช่น การค้าขายกับจีนและความสัมพันธ์ทางทหารกับรัสเซียไปเรียบร้อยแล้ว
‘กองทัพแฮกเกอร์’ กับกลยุทธ์ Big Game Hunting
กลุ่มแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือ ที่ถูกกล่าวหาว่าก่อคดีปล้นคริปโทครั้งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกลุ่มแฮกเกอร์มือฉมังที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กเพื่อให้ไล่ล่าเป้าหมายใหญ่ และในตอนนี้ AI ก็ได้กลายมาเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้พวกเขาสามารถหาเงินเข้าคลังของ “คิม จองอึน” เพื่อนำไปใช้ขยายกองทัพได้ง่ายยิ่งขึ้น
แม้ว่าเกาหลีเหนือจะมีกองทัพแฮกเกอร์นับพันคน แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าหน่วยรบแนวหน้าอย่าง TraderTraitor ซึ่งทาง FBI ชี้ตัวว่าเป็นผู้ก่อเหตุแฮก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ล่าสุดนั้น อาจมีสมาชิกเพียงแค่ราว 12 คนเท่านั้น
กลุ่ม TraderTraitor ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Big Game Hunting หรือ "การล่าสัตว์ใหญ่" โดยอาศัย AI ช่วยค้นหาธุรกิจคริปโทมูลค่าสูงเพื่อเจาะระบบ จนมีรายได้ที่ทำได้อาจนำไปเป็นทุนสนับสนุนโครงการอาวุธต้องห้ามของเกาหลีเหนือได้เกือบครึ่งหนึ่ง
พัค ซองซู นักวิจัยด้านภัยคุกคามจากบริษัทความปลอดภัย Zscaler กล่าวว่า "กลุ่มนี้มุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ก้อนโต พวกเขาจะเจาะจงธุรกิจคริปโท ทำความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐาน จากนั้นจึงทำการแทรกแซงระบบหรือกระบวนการโอนเงินเพื่อขโมยเงินจำนวนมหาศาล"
พัคกล่าวเสริมว่า ด้วยเครื่องมือ AI แบบใหม่ ทำให้ "อุปสรรคในการใช้ทักษะเหล่านี้ลดลงอย่างมาก ในขณะที่ความเร็วในการดำเนินปฏิบัติการก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน"
ผู้แปรพักตร์และผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่เกาหลีเหนือคัดเลือกนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดเพื่อมาเข้าร่วมทีมแฮกเกอร์ และฝึกฝนพวกเขาในสถาบันเฉพาะทาง เช่น วิทยาลัยโมรันบง ในกรุงเปียงยาง จนกลายเป็นกองทัพแฮกเกอร์ที่
Chainalysis ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์เหล่านี้น่าจะอยู่เบื้องหลังความเสียหายจากการแฮกคริปโทในปีนี้สูงถึง 89%
รูปแบบการโจรกรรมมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การดำเนินกิจการฟาร์มแล็ปท็อปในสหรัฐ ไปจนถึงการขโมยคริปโทมูลค่าหลายพันล้านภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที
แหล่งรายได้ใหม่ ‘เกาหลีเหนือ’
แฮกเกอร์กลุ่มนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งกำลังถูกตัดขาดจากระบบการเงินโลกเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรจากโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของ “คิม จองอึน”
รายได้อื่นๆ ของเกาหลีเหนือ เช่น การค้าขายกับจีน หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ทางทหารกับรัสเซีย กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับเม็ดเงินมหาศาลจากคริปโท
ในอดีตเกาหลีเหนือเคยต้องลักลอบค้าบุหรี่และปลอมธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ เพื่อประคับประคองประเทศ แต่ตอนนี้แฮกเกอร์ของพวกเขาสามารถทำกำไรเน้นๆ ได้หลายพันล้านจากการแฮกเพียงครั้งเดียว
ใช้ AI เพิ่มพลัง เข้าถึงพนักงานระดับสูงสู่เส้นทาง ‘โจรกรรม’
นิก คาร์ลเซน จาก TRM Labs กล่าวว่า เทคนิคใหม่ๆ ที่กลุ่ม TraderTraitor นำมาใช้แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเต็มที่ในการแฮกครั้งล่าสุด และพวกเขากำลังทำลายสถิติรายได้สูงสุดครั้งใหม่ จากการแฮกครั้งใหญ่ที่สุดก่อนหน้านี้คือคดี Bybit เมื่อปี 2025 ที่กวาดไป 1.5 พันล้านดอลลาร์
เรื่องนี้ทำให้บรรดาแพลตฟอร์มแลกคริปโทต้องเร่งยกระดับความปลอดภัย เพื่อป้องกันวิธีการเข้าถึงของ TraderTraitor ที่ใช้ทั้งทักษะการแฮกชั้นยอดเข้ากับเทคนิคการหลอกลวงที่อาศัยหลักจิตวิทยา
คาร์ลเซนกล่าวว่าเหล่าแฮกเกอร์เข้าหาพนักงานที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบระดับสูง จากนั้นจึงพยายามเข้าหาอย่างหนักหน่วง เช่น การยื่นข้อเสนองานที่ให้ผลตอบแทนสูงล่อใจ
คาร์ลเซนกล่าวทิ้งท้ายว่า "จุดขายหลักของพวกเขาคือการเล่นงานจุดอ่อนที่เป็นมนุษย์นี่แหละ"
ด้าน Binance เปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีแล็ปท็อปของวิศวกรคนหนึ่งถูกเจาะระบบ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรั่วไหล
ในเวลาเพียง 20 นาที แฮกเกอร์สามารถขโมยคริปโทเคอร์เรนซีไปได้ถึง 6.36 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 20% ของมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อปีโดยประมาณของเกาหลีเหนือ โดยหลังจากอายัดเงินได้ราว 2.8 พันล้านดอลลาร์ ยอดเงินที่รั่วไหลออกไปสุทธิอยู่ที่ 3.6 พันล้านดอลลาร์
โจรกรรมคริปโท สู่ทุนสร้าง ‘อาวุธ’
ลิม อึลชุล ศาสตราจารย์จากสถาบันเพื่อการศึกษาตะวันออกไกล มหาวิทยาลัยคยองนัม กล่าวว่า "สำหรับระบอบการปกครองของ คิม จองอึน การแฮกคริปโท ได้พัฒนาไปไกลกว่าการเป็นแค่ช่องทางอาชญากรรมเพื่อชดเชยการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศเสียอีก"
ศาสตราจารย์ลิมกล่าวว่า "เกาหลีเหนือจึงกำลังฉวยโอกาสช่วงนี้เป็นจังหวะทองในการเร่งพัฒนาขีดความสามารถทางทหารของตนเอง"
ในปี 2024 ผู้เชี่ยวชาญจากสหประชาชาติระบุว่า การโจรกรรมทางไซเบอร์และกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายของเกาหลีเหนือ น่าจะนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนโครงการอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) ประมาณ 40%
รวมทั้งการแฮกคริปโททุกครั้งที่สำเร็จ ก็ยิ่งเพิ่มความสามารถของคิมในการสร้างกองทัพและคุกคามเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐ รวมถึงทหารอเมริกันอีก 28,500 นายที่ประจำการอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี





