วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

แฮกเกอร์ถล่ม 'ซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป' เจาะระบบตู้เย็นดันอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา

ภัยไซเบอร์ลามถึงซูเปอร์มาร์เก็ต! แฮกเกอร์พร้อมใจถล่มซูเปอร์มาร์เก็ตใน 5 ประเทศทั่วยุโรป พบระบบตู้แช่เย็น-ตู้แช่แข็งกลับไม่เย็น กลายเป็นเตาอบอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 50 องศา ร้านค้าเจ๊งยับ หวั่นซ้ำรอยฝรั่งเศสที่ร้านค้าถึง 700 แห่งถูกโจมตีจนระบบทำความเย็นหยุดทำงานเมื่อเดือนก่อน

การโจมตีทางไซเบอร์กำลังลามสู่ปากท้องใกล้ตัวถึง "ซูเปอร์มาร์เก็ต" แล้ว เมื่อซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งใน 5 ประเทศฝั่งยุโรป ได้แก่ เบลเยียม ไอร์แลนด์ สวีเดน ฟินแลนด์ และเอสโตเนีย พบระบบตู้แช่เย็น-ตู้แช่แข็งทำงานผิดปกติจนสินค้าเสียหาย 

ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทั่วยุโรปคาดว่าถูกโจมตีทางไซเบอร์ ในวันจันทร์นี้ (2 พ.ย.) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำรอยหลังจาก "ฝรั่งเศส" เพิ่งเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ในวงกว้าง จนกระทบร้านค้ามากถึงราว 700 สาขา เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

บริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่าง อาโฮลด์ เดอเลซ (Ahold Delhaize), คาร์ฟูร์ (Carrefour) และสปาร์ (Spar) รายงานพบปัญหาระบบตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งในร้านค้าหลายแห่งของ "เบลเยียม" ขณะที่เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตใน "สวีเดน ไอร์แลนด์ และฟินแลนด์" ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

อาโฮลด์ เดอเลซ ยืนยันว่าเกิด "เหตุการณ์ผิดปกติด้านระบบไอที" ในร้านหลายสาขาของเบลเยียมเมื่อคืนวันอาทิตย์ ส่งผลกระทบต่อระบบทำความเย็น

ด้านโฆษกของคาร์ฟูร์ เบลเยียม เปิดเผยว่า มีร้านค้าได้รับผลกระทบ 15 แห่ง จากทั้งหมด 700 แห่ง ขณะที่สปาร์ระบุว่า ระบบทำความเย็นของร้านค้าประมาณ 5 แห่งได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ อาโฮลด์ เดอเลซ และสปาร์ เป็นเชนค้าปลีกรายใหญ่จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเพิ่งเจอเหตุการณ์ทำนองเดียวกันไปเมื่อเดือนที่แล้ว 

แฮกเกอร์ถล่ม 'ซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป' เจาะระบบตู้เย็นดันอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา

ส่วนในไอร์แลนด์ โฆษกของ Musgrave Group เปิดเผยว่า เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ส่งผลกระทบต่อระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ต SuperValu จำนวน 13 สาขา โดยร้านค้าที่ได้รับผลกระทบได้นำสินค้าแช่เย็นและแช่แข็งทั้งหมดออกจากการจำหน่ายเป็นการชั่วคราวแล้วเพื่อป้องกันความเสี่ยง

สวีเดนหนัก ตู้แช่แข็งร้อน 50 องศา

ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งของเครือ ICA และ Coop ใน "สวีเดน" พบว่าอุณหภูมิภายในตู้แช่แข็งเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ โดยร้าน Ica Kvantum ในเมืองเชอบู (Sjöbo) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า อุณหภูมิของตู้แช่แข็งถูกปรับขึ้นไปสูงถึง 50 องศาเซลเซียส หรือ 122 องศาฟาเรนไฮต์ และสงสัยว่าอาจเกิดจากการถูกแฮก

โฆษกของ ICA Sverige เปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า "เราทราบว่ามีร้านค้าจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อระบบตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็ง" พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังให้ความช่วยเหลือร้านค้าในการรับมือกับสถานการณ์ แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นการโจมตีทางไซเบอร์หรือไม่

แฮกเกอร์ถล่ม 'ซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป' เจาะระบบตู้เย็นดันอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา

ขณะที่โฆษกของ Coop ยืนยันว่า ร้านค้าของบริษัท 7 แห่งได้รับผลกระทบ และยืนยันแล้วว่าเป็นการถูกแฮกระบบ

ฟินแลนด์เร่งสอบสวนหาสาเหตุ

ส่วนใน "ฟินแลนด์" ร้านขายของชำขนาดเล็กบางแห่งในเครือ K-food พบว่าอุปกรณ์ทำความเย็นมีอุณหภูมิผิดปกติในช่วงกลางคืน ตามการเปิดเผยของ Kesko Oyj ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่อันดับสองของฟินแลนด์

Kesko เริ่มสอบสวนหาสาเหตุหลังได้รับการแจ้งเตือนจากระบบอัตโนมัติและเมื่อพนักงานเข้ามาที่ร้านในช่วงเช้า โดยบริษัทยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับระบบไอที

อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในวงกว้าง แต่จำกัดอยู่เพียงร้านขายของชำขนาดเล็กสองสามแห่ง ซึ่งอุปกรณ์ทำความเย็นไม่ได้อยู่ภายใต้ระบบป้องกันความปลอดภัยส่วนกลางของ Kesko

ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตใน "เอสโตเนีย" ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันด้วย

ภัยไซเบอร์ลามถึงปากท้องร

เมื่อเดือนที่แล้ว Ahold Delhaize ยังเผชิญเหตุโจมตีทางไซเบอร์ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งส่งผลให้ระบบให้บริการของร้านค้าหยุดชะงักนานหลายวัน และชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตว่างเปล่า โดยจนถึงขณะนี้บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยสาเหตุของปัญหาดังกล่าว

เหตุการณ์ระบบตู้แช่เก็บอาหารที่ผิดปกติไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะยุโรเท่านั้น โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบเหตุขัดข้องของตู้แช่แข็งสำหรับเก็บอาหารในสถานที่ปฏิบัติงานของกองทัพหลายแห่ง

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลว่าอาจเป็นการซ้ำรอยเหตุโจมตีทางไซเบอร์ในฝรั่งเศสเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อร้านค้าถึง 700 แห่ง ทำให้ระบบทำความเย็นหยุดทำงาน และซูเปอร์มาร์เก็ตต้องทิ้งอาหารที่เน่าเสีย โดยเครือข่ายค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบรวมถึง Intermarché, Coopérative U และ Carrefour ซึ่งยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว