มูลค่าการส่งออกของประเทศเกาหลีใต้ในเดือนตุลาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งนับเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งและรวดเร็วที่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ
KEY POINTS
- มูลค่าการส่งออกของเกาหลีใต้ในเดือนตุลาคมพุ่งขึ้น 93.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งและรวดเร็วที่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากอุปสงค์ชิปประมวลผลและเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกที่ขยายตัวมหาศาล เพื่อรองรับกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- เกาหลีใต้เตรียมสร้างประวัติศาสตร์เป็นประเทศที่ 4 ของโลก (ต่อจากสหรัฐ จีน และเยอรมนี) ที่มีมูลค่าการส่งออกต่อปีทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายในเดือนพฤศจิกายน
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า มูลค่าการส่งออกของประเทศเกาหลีใต้ในเดือนตุลาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งนับเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งและรวดเร็วที่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากอุปสงค์ชิปประมวลผลและเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกที่ขยายตัวอย่างมหาศาล รองรับกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ส่งผลให้เศรษฐกิจของเกาหลีใต้เตรียมสร้างประวัติศาสตร์เป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่มีมูลค่าการส่งออกต่อปีทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์
ข้อมูลจากกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากรของเกาหลีใต้ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ระบุว่า ยอดส่งออกของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชียนั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 93.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แตะระดับ 1.15 แสนล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์สที่ 93.2% เล็กน้อย
อัตราการขยายตัวที่พุ่งสูงขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งได้รับแรงเสริมจากจำนวนวันทำการที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากช่วงเวลาเทศกาลชูซอกที่ต่างกัน โดยอัตราการเติบโตในเดือนตุลาคมได้แซงหน้าสถิติเดือนกันยายนที่โต 83.7% และถือเป็นการปรับตัวขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 1974
ทั้งนี้ อานิสงส์จากกระแสการลงทุนเอไอ ยังส่งผลให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้ในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างรายงานผลกำไรที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
คิม จุงควาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากร กล่าวว่า "ด้วยมูลค่าการส่งออกที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงและอยู่เหนือระดับ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม ทำให้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ยอดส่งออกสะสมต่อปีจะสามารถแตะระดับเป้าหมาย 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้" หลังยอดส่งออกสะสมของเกาหลีใต้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมแตะระดับ 9.3 แสนล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งหากทำได้ตามเป้า เกาหลีใต้จะกลายเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่มีมูลค่าการส่งออกต่อปีเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อจากสหรัฐ จีน และเยอรมนี
กระทรวงการค้าระบุว่า ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ในต่างประเทศเมื่อเดือนตุลาคมทะยานขึ้นถึง 259.4% คิดเป็นมูลค่า 5.64 หมื่นล้านดอลลาร์ เนื่องจากทั้งราคาและปริมาณการส่งออกยังคงอยู่ในระดับสูง จากการที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกยังคงทุ่มงบลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแข่งขันในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเอไอ
ขณะที่ยอดขายคอมพิวเตอร์พุ่งขึ้น 496.6% จากความต้องการเครื่องเซิร์ฟเวอร์สำหรับบริการเอไอที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับยอดการส่งออกรายประเทศพบว่า การส่งออกไปยังประเทศจีนปรับตัวขึ้น 133.6% ส่งออกไปยังสหรัฐเพิ่มขึ้น 185.8% ไปยังยุโรปโต 56.4% และไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น 128.0%
ในส่วนของการนำเข้า ยอดนำเข้าเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 36.0% แตะระดับ 7.27 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 26.0% ในเดือนกันยายน นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความต้องการนำเข้าเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์
ส่งผลให้เกาหลีใต้มียอดดุลการค้าเกินดุลรายเดือนที่ 4.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสถิติ 4.99 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก่อนหน้า




