วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2569

Login
Login

CrowdStrike อ้างแฮกเกอร์จีน ใช้ AI ‘โจมตี 200 องค์กรทั่วโลก’

ภัยไซเบอร์ยุค AI น่ากลัวกว่าที่คิด โดย CrowdStrike เผยว่า กลุ่มแฮกเกอร์เชื่อมโยงรัฐบาลจีนใช้ AI เจาะระบบองค์กรทั่วโลกกว่า 200 แห่ง ใน 14 ประเทศ ภายในเพียง 11 วัน ด้วยความเร็วกว่า 1,500 คำสั่งต่อชั่วโมง เร็วกว่าการใช้มนุษย์กว่า 37 เท่า

ภัยคุกคามไซเบอร์เข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลจีนใช้เทคโนโลยี AI โจมตีองค์กรสำคัญทั่วโลกกว่า 200 แห่ง ในอย่างน้อย 14 ประเทศ โดยสามารถเจาะระบบได้สำเร็จหรือมีหลักฐานบ่งชี้ว่า เจาะสำเร็จราว 140 แห่ง ภายในเวลาเพียง 11 วัน ครอบคลุมหน่วยงานรัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ อุตสาหกรรมกลาโหม เซมิคอนดักเตอร์ และบริษัทโทรคมนาคม

เว็บไซต์ CyberScoop รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก “CrowdStrike” บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีชื่อว่า Vapor Panda ซึ่ง “เชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน” ได้ใช้เครื่องมือ AI ชื่อ ARTEX ร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ DeepSeek เพื่อดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2026

จุดน่ากังวลคือ AI ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีหลายเป้าหมายพร้อมกัน โดยส่งคำสั่งได้ถี่ถึงทุก 10 วินาที หรือมากกว่า 1,500 คำสั่งต่อชั่วโมง เทียบกับการโจมตีแบบใช้มนุษย์ที่โดยทั่วไปดำเนินการได้ไม่เกิน 40 คำสั่งต่อชั่วโมง

นั่นหมายความว่า AI สามารถเพิ่มความถี่ในการออกคำสั่งโจมตีได้มากกว่า 37 เท่า เมื่อเทียบกับอัตราการทำงานด้วยมนุษย์ที่ CrowdStrike เคยตรวจพบในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มแฮกเกอร์ สามารถขยายปฏิบัติการได้โดยใช้ทรัพยากรและต้นทุน “ค่อนข้างต่ำ”

เป้าหมายสำคัญประกอบด้วยกระทรวงต่างประเทศในลาตินอเมริกา ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง รวมถึงสำนักงานประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของประเทศหนึ่งในยุโรป ตลอดจนหน่วยงานด้านกลาโหม ข่าวกรอง และการเงิน

ขณะเดียวกัน ยังมีองค์กรในสหรัฐอย่างน้อย 19 แห่งที่ตกเป็นเป้าหมาย ครอบคลุมอุตสาหกรรมยา เซมิคอนดักเตอร์ กลาโหม นิวเคลียร์ และการเงิน รวมถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคมในสหรัฐ เบลเยียม และฟิลิปปินส์

อดัม เมเยอร์ส รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการต่อต้านภัยคุกคามของ CrowdStrike ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทพบกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐใช้ “AI Agent” ดำเนินการโจมตีในวงกว้างระดับนี้ และมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในอนาคต

ความสามารถสำคัญของ ARTEX คือการใช้ AI หลายตัวทำงานร่วมกัน ทั้งวางแผน ค้นหาช่องโหว่ เจาะระบบ และเคลื่อนย้ายไปยังระบบอื่นภายในเครือข่าย โดยมีมนุษย์คอยกำหนดทิศทางและตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ ทำให้แฮกเกอร์เพียงไม่กี่คนสามารถโจมตีเป้าหมายจำนวนมากได้พร้อมกัน

CrowdStrike ยังพบว่า แฮกเกอร์ใช้ “มัลแวร์ BLOODALCHEMY” เพื่อเปิดช่องทางเข้าถึงระบบที่ถูกเจาะ และสั่งให้ AI ค้นหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ติดตั้งระบบป้องกันภัยไซเบอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย CrowdStrike ตรวจพบการโจมตีที่ใช้ Agentic AI ประมาณ 45 ครั้งในเดือนกันยายน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 126 ครั้งในเดือนตุลาคม หรือเกือบ 3 เท่า

เมเยอร์สเตือนว่า ความอันตรายของการโจมตีรูปแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่เทคนิคใหม่ทั้งหมด แต่เป็น ความเร็วและขนาดของการโจมตีที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งอาจทำให้ระบบป้องกันแบบเดิมรับมือไม่ทัน

ทั้งนี้ CrowdStrike ประเมินว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับจีน มีแนวโน้มจะนำ AI Agent มาใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ส่งผลให้องค์กรทั่วโลกต้องเร่งยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ AI กำลังทำให้รวดเร็วและขยายวงกว้างกว่าเดิม

อ้างอิง: cyber, crowdstrike