วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนปฏิวัติขนส่งยามดึก! ใช้ ‘รถไร้คนขับ’ ส่งสินค้าแทนคน

ไม่เหนื่อย ไม่ต้องพัก ไม่ต้องจ่ายค่าแรงกะดึก! จีนเร่งนำ ‘รถส่งสินค้าไร้คนขับ’ ทำงานแทนมนุษย์ในยามค่ำคืน หวังลดต้นทุนโลจิสติกส์ ท่ามกลางการแข่งขันพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะที่เข้มข้นขึ้น

ในขณะมนุษย์กำลังพักผ่อน แต่ “หุ่นยนต์” กลับออกทำงาน จีน กำลังปฏิวัติวงการขนส่ง ด้วยการส่ง “กองทัพรถส่งสินค้าไร้คนขับ” ออกวิ่งบนท้องถนนยามค่ำคืน ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพัก ไม่ต้องจ่ายค่าแรงกะดึก และไม่ต้องกังวลกับความเหนื่อยล้า หวังพลิกโฉมธุรกิจโลจิสติกส์ ลดต้นทุนแรงงาน พร้อมปลดล็อกศักยภาพตลาดขนส่งพัสดุขนาดมหาศาลถึง 520 ล้านชิ้นต่อวัน 

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า “นครเซินเจิ้น” ศูนย์กลางเทคโนโลยีสำคัญของจีน กำลังกลายเป็นพื้นที่ทดลองระบบขนส่งสินค้า รถไร้คนขับ ในเวลากลางคืน หลังทางการเปิดให้รถขนส่งอัตโนมัติเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่อาจเปิดโอกาสการเติบโตครั้งใหม่ให้กับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบขนส่งอัจฉริยะของจีน

ปัจจุบัน เซินเจิ้น เป็นเมืองที่เทคโนโลยีไร้คนขับ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่อัตโนมัติ โดรนขนส่งพัสดุ หรือหุ่นยนต์ส่งอาหาร ที่สามารถใช้ลิฟต์ร่วมกับผู้โดยสารในโรงแรม 

แต่เมื่อเข้าสู่เวลากลางคืน เมืองแห่งนี้กำลังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการนำรถขนส่งไร้คนขับออกให้บริการในช่วงเวลาที่แรงงานมนุษย์มีต้นทุนสูงและมีข้อจำกัดด้านการทำงาน

ตัวอย่างเกิดขึ้นที่ตลาดสินค้าเกษตรในเขตหลงกั่งของเซินเจิ้น เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. จาง เชา ผู้จัดการร้านขายสินค้าเกษตร ใช้โทรศัพท์มือถือเรียกรถขนส่งอัตโนมัติของบริษัท Neolix Technologies ให้มารับสินค้า 

เพียงไม่กี่นาที รถขนส่งไร้คนขับก็เดินทางมาถึง ก่อนบรรทุกสินค้าเนื้อสัตว์ปีกและออกเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อส่งให้ลูกค้าอีกฟากหนึ่งของเมือง

การขนส่งลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า จีนไม่ได้มองหุ่นยนต์เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังนำมาใช้งานจริงเพื่อแก้ปัญหาต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์

จีนปฏิวัติขนส่งยามดึก! ใช้ ‘รถไร้คนขับ’ ส่งสินค้าแทนคน

หุ่นยนต์ไม่เหนื่อย ไม่ต้องจ่ายค่าแรงกะดึก

หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญของการนำรถขนส่งไร้คนขับมาใช้งานกลางคืน คือ การลดต้นทุนแรงงาน ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญของธุรกิจขนส่งสินค้า

อวี๋ เอินหยวน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Neolix ระบุว่า รถขนส่งอัตโนมัติสามารถทำงานได้โดย “ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างพิเศษสำหรับกะกลางคืน ไม่เหนื่อยล้าแม้ต้องทำงานถึงตี 3 และไม่จำเป็นต้องได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมเมื่อต้องขับรถท่ามกลางฝนตก”

นอกจากนี้ การขนส่งในเวลากลางคืน ยังช่วยหลีกเลี่ยงช่วงเวลาการจราจรหนาแน่น ลดปัญหารถติด และนำรถขนส่งที่อาจจอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานกลับมาสร้างรายได้

อวี๋มองว่า การขนส่งกลางคืนจะช่วยปลดล็อกศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่ยังถูกใช้งานไม่เต็มที่ พร้อมลดภาระทางกายภาพของพนักงานส่งสินค้า โดยเฉพาะในจีนซึ่งมีตลาดการบริโภคช่วงกลางคืนขนาดใหญ่

จีนปฏิวัติขนส่งยามดึก! ใช้ ‘รถไร้คนขับ’ ส่งสินค้าแทนคน

ข้อมูลทางการระบุว่า จีนมีการขนส่งพัสดุเฉลี่ยสูงถึง 520 ล้านชิ้นต่อวัน ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์ต้องพึ่งพาแรงงานจำนวนมหาศาล โดยพนักงานส่งสินค้าบางรายต้องแวะส่งพัสดุมากกว่า 100 จุดต่อวัน ภายใต้ตารางการทำงานที่หนักและซ้ำซาก

อวี๋ ซึ่งเคยทดลองทำงานเป็นพนักงานส่งสินค้าด้วยตัวเองก่อนก่อตั้ง Neolix ในปี 2561 พบว่า งานดังกล่าวต้องเผชิญทั้งสภาพอากาศร้อน ความเหนื่อยล้า และแรงกดดันจากการทำงานที่ผิดพลาดได้ง่าย แต่แทบไม่มีพื้นที่ให้เกิดข้อผิดพลาด

เขาจึงมองว่า งานประเภทนี้เหมาะกับการนำ “ระบบอัตโนมัติ” เข้ามาทดแทน โดยเฉพาะงานที่มนุษย์ไม่ต้องการทำ ไม่เต็มใจทำ หรือไม่สามารถทำได้

จีนเร่งขยายกองทัพรถไร้คนขับ ตั้งเป้าเพิ่มอีก 100,000 คัน

การผลักดันรถขนส่งไร้คนขับ เกิดขึ้นท่ามกลางการลงทุนอย่างหนักของบริษัทเทคโนโลยีจีนในอุตสาหกรรมที่เรียกว่า “Physical AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถทำงานและตอบสนองต่อโลกทางกายภาพได้ เช่น หุ่นยนต์ โดรน และยานยนต์อัตโนมัติ

ปัจจุบัน Neolix มีกองรถขนส่งอัตโนมัติประมาณ 27,000 คัน ให้บริการครอบคลุม 300 เมืองใน 15 ประเทศ ซึ่งบริษัทระบุว่า เป็นกองรถขนส่งอัตโนมัติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีจำนวนรถมากกว่ากองรถแท็กซี่ไร้คนขับของ Waymo และ Baidu รวมกันเกือบ 5 เท่า

บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถที่ให้บริการในจีนเป็น 50,000 คันภายในปี 2569 ก่อนขยายเพิ่มอีก 100,000 คันในปี 2570

ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนต่างเร่งลงทุนในตลาดนี้เช่นกัน

“Meituan” ซึ่งเป็นผู้ให้บริการส่งอาหารรายใหญ่ของจีน เปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2568 รถขนส่งอัตโนมัติภาคพื้นดินของบริษัทให้บริการส่งสินค้ากลางแจ้งไปแล้วมากกว่า 5.5 ล้านคำสั่งซื้อ และมีระยะทางวิ่งอัตโนมัติสะสมมากกว่า 19 ล้านกิโลเมตร

ด้าน “JD.com” ประกาศแผนเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ว่าจะจัดซื้อหุ่นยนต์ 3 ล้านตัว รถไร้คนขับ 1 ล้านคัน และโดรนอีก 100,000 ลำ ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานอัตโนมัติแบบครบวงจร

ปัจจุบัน เมืองต่าง ๆ ในจีนมากกว่า 100 เมือง เปิดให้รถขนส่งสินค้าไร้คนขับใช้งานถนนบางส่วนแล้ว ขณะที่ปักกิ่งและเซินเจิ้นเริ่มออกใบอนุญาตทดสอบรถขนส่งสินค้าขนาดเล็กระดับ L4 ซึ่งเป็นระบบขับขี่อัตโนมัติที่ไม่จำเป็นต้องมีคนขับอยู่บนรถภายใต้เงื่อนไขและพื้นที่ที่กำหนด

บิล รุสโซ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Automobility Limited มองว่า ข้อได้เปรียบสำคัญของจีนคือขนาดตลาดและความพร้อมของระบบนิเวศอุตสาหกรรม ทั้งปริมาณพัสดุจำนวนมหาศาล เมืองที่มีประชากรหนาแน่น ระบบโลจิสติกส์ดิจิทัลที่พัฒนาแล้ว และห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นของจีนยังพร้อมเปิดพื้นที่ให้บริษัทเทคโนโลยีทดลองนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งช่วยเร่งการพัฒนาและนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้านไบรอันต์ วอล์กเกอร์ สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ และรองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา กล่าวว่า ความหนาแน่นของเมืองในจีน ประกอบกับการที่ประชาชนเริ่มคุ้นเคยกับการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกับยานยนต์อัตโนมัติมากขึ้น ทำให้จีนมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฝึกฝนแบบจำลอง AI เหล่านี้

เขากล่าวว่า “ถนนในจีนมักมีผู้ใช้งาน กิจกรรม และสภาพแวดล้อมที่หลากหลายกว่าถนนในสหรัฐมาก”

“สิ่งนี้ทำให้ยานยนต์อัตโนมัติมีโอกาสเรียนรู้มากขึ้น และแม้จะฟังดูขัดกับความรู้สึก แต่กลับทำให้สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้งานยานยนต์เหล่านี้มากกว่า เพราะผู้ใช้ถนนรายอื่นมีความระมัดระวังต่อเหตุการณ์ที่ดูผิดปกติบนท้องถนนมากกว่า”

ขับรถกลางคืนไม่ง่าย AI ต้องรับมือทั้งความมืดและคนเดินถนน

แม้รถขนส่งไร้คนขับจะช่วยลดต้นทุนแรงงาน แต่ “การทำงานในเวลากลางคืน” ยังมีความท้าทายด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี

รถอัตโนมัติต้องรับมือกับสภาพแสงน้อย รถยนต์ที่อาจใช้ความเร็วสูงขึ้นในช่วงกลางคืน รวมถึงพฤติกรรมของคนเดินถนนที่คาดเดาได้ยาก

ระบบกล้องตรวจจับภาพ อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่อมีแสงน้อย ขณะที่ระบบ LiDAR ซึ่งใช้เลเซอร์ตรวจจับวัตถุและระยะทาง อาจได้รับผลกระทบจากแสงไฟหน้ารถที่สวนมา หรือการสะท้อนของแสงบนพื้นถนนเปียก

เพื่อรองรับการทดลองดังกล่าว รัฐบาลเซินเจิ้นได้ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างที่ช่วยลดแสงแยงตา กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับรถขนส่งอัตโนมัติ และจัดทำแนวทางรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยรถทุกคันต้องให้บริการภายในเส้นทางและพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

Neolix ยังพัฒนาระบบตรวจสอบความปลอดภัยหลายชั้น โดยใช้ทั้งกล้องและ LiDAR สำหรับตรวจจับในสภาพแสงน้อย รวมถึงติดตามข้อมูลการทำงานของรถ 42 รายการแบบเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์มของเทศบาล

ขณะเดียวกัน ระบบของบริษัทยังสามารถตรวจจับความเสี่ยงได้ 17 ประเภท เช่น รถหยุดโดยไม่ทราบสาเหตุ การออกนอกเส้นทางที่กำหนด และสินค้าสูญหาย

อย่างไรก็ตาม อวี๋ระบุว่า ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การทำให้รถวิ่งบนถนนได้เท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้หุ่นยนต์เข้าใจสภาพแวดล้อมปลายทาง เช่น จุดขนถ่ายสินค้า ทางเข้าร้านค้า หรือพื้นที่หลังคลังสินค้าที่อาจไม่มีรายละเอียดปรากฏบนแผนที่

ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงหันมาพัฒนา AI แบบ World Models ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถจำลองและทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมทางกายภาพได้ลึกซึ้งขึ้น ไม่ใช่เพียงเรียนรู้วิธีขับรถจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

ความสามารถดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญในเวลากลางคืน เพราะมีพนักงานคอยช่วยขนถ่ายสินค้าหรือแก้ไขข้อผิดพลาดน้อยกว่าช่วงกลางวัน ทำให้หุ่นยนต์ต้องทำงานได้อย่างแม่นยำและพึ่งพามนุษย์ให้น้อยที่สุด

เซินเจิ้นขยายบริการ 437 เส้นทาง เชื่อมโดรน-รถไร้คนขับ-รถไฟ

ปัจจุบัน เซินเจิ้นกำลังทดลองเชื่อมโยงระบบขนส่งอัตโนมัติหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ที่สามารถดำเนินงานได้ตลอดทั้งคืน

ตัวอย่างหนึ่งเกิดขึ้นที่สถานีรถไฟฝูเถียน ซึ่งมีการนำรถขนส่งอัตโนมัติ Neolix จำนวน 8 คัน มารับพัสดุจากโดรนที่ขนส่งสินค้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Taobao และ JD.com ก่อนลำเลียงสินค้าผ่านพื้นที่สถานีไปยังขบวนรถไฟขนส่งสินค้า

ระหว่างทาง รถไร้คนขับต้องเคลื่อนตัวผ่านผู้โดยสารและส่งเสียงเตือน “ให้รักษาระยะห่าง 2 เมตร” สะท้อนให้เห็นความท้าทายของการนำหุ่นยนต์มาใช้งานร่วมกับมนุษย์ในพื้นที่สาธารณะจริง

นับตั้งแต่เริ่มทดลอง Neolix ได้ขยายบริการขนส่งสินค้ากลางคืนในเซินเจิ้นเป็น 437 เส้นทาง และเริ่มทดลองระบบลักษณะเดียวกันในเมืองชิงเต่าและจางเจียโข่ว

ขณะที่ JD Logistics ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ JD.com มีรถขนส่งอัตโนมัติมากกว่า 100 คัน และให้บริการเส้นทางกลางคืนมากกว่า 100 เส้นทางในเซินเจิ้น ณ เดือนสิงหาคม 2569

ส่วน Meituan มุ่งเน้นการใช้โดรนส่งสินค้าในเวลากลางคืน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2568

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การที่รัฐบาลจีน สนับสนุนการทดลองเทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง แต่ยังต้องการผลักดันจีนให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก พร้อมรับมือกับ “ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในบางเมือง” เนื่องจากคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งไม่ต้องการทำงานที่หนักและซ้ำซาก

สำหรับผู้ประกอบการอย่างจาง เชา ผู้จัดการร้านขายสินค้าเกษตรในเซินเจิ้น ประโยชน์ของรถขนส่งไร้คนขับเริ่มเห็นผลแล้ว ทั้งการประหยัดกำลังคนและทรัพยากร ขณะที่ผู้คนในละแวกใกล้เคียงเริ่มให้ความสนใจและทดลองใช้บริการมากขึ้น

วิลล์ จ้าว ประธานบริหารของ Neolix ให้สัมภาษณ์กับนิกเกอิ เอเชียว่า จำนวนรถขนส่งไร้คนขับจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 10 ล้านคันภายใน 10 ปีข้างหน้า

“อัลกอริทึมจะพัฒนาประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ และยานยนต์เหล่านี้จะสามารถวิ่งได้เร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ยังคงรักษาความปลอดภัยไว้ได้” เขากล่าว

“ในที่สุดจะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นมนุษย์ไม่สามารถแข่งขันกับยานยนต์อัตโนมัติได้อีกต่อไป และเราเชื่อว่า รถขนส่งสินค้าไร้คนขับจะเป็นตลาดแรกที่ไปถึงจุดเปลี่ยนนั้น”


อ้างอิง: bloomberg, yicai, nikkei