วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

EU จ่อเพิ่มมาตรการคุมเข้ม สกัดนำเข้าจีนต้นปี 70 หลังขาดดุลการค้าอ่วม

สหภาพยุโรปวางแผนใช้มาตรการปกป้องทางการค้า จำกัดการนำเข้าสินค้าจากจีน กลุ่มเคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องจักร คาดแผนเร็วที่สุดในไตรมาสแรกปีหน้า เร่งแก้ปัญหาขาดดุลการค้ามหาศาลกว่าวันละ 1,000 ล้านดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) กำลังวางแผนใช้มาตรการปกป้องทางการค้า (Safeguard Measures) เพื่อจำกัดการนำเข้าสินค้าจากจีน โดยครอบคลุมกลุ่มเคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องจักร ซึ่งอาจบังคับใช้ในรูปแบบการกำหนดโควตานำเข้าหรือการจัดเก็บภาษี โดยคาดว่าจะเสนอแผนอย่างเป็นทางการเร็วที่สุดในไตรมาสแรกของปี 2570

แหล่งข่าวเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรป ตั้งเป้าขยายผลจากแนวทางจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ข้อตกลงจำกัดเพดานนำเข้าไว้ที่ 350,000 คันต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่สูงพอที่จะไม่ทำให้เกิดมาตรการตอบโต้ทางการค้าจากรัฐบาลปักกิ่ง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดการขาดดุลการค้าของสหภาพยุโรปต่อจีน ซึ่งแตะระดับ 3.6 แสนล้านยูโร หรือราว 4.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา 

โดยหน่วยงานด้านการค้าของยุโรปกำลังรักษาสมดุลอย่างระมัดระวัง เพื่อปกป้องภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคและหลีกเลี่ยงสงครามการค้าเต็มรูปแบบ

ด้านโฆษกของคณะกรรมาธิการยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในขณะนี้

เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน เปิดเผยกับสื่อเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.ว่า "อุตสาหกรรมของเราได้เรียกร้องให้มีมาตรการจัดการ เราได้ยินเสียงนั้นและเราจะตอบสนอง ซึ่งรวมถึงการเพิ่มมาตรการปกป้องทางการค้าด้วย"

มาตรการปกป้องทางการค้า (Safeguard measures) เปิดโอกาสให้สหภาพยุโรป สามารถจำกัดการนำเข้าสินค้าจากบางภาคอุตสาหกรรมได้ หากพบว่ามีการทะลักเข้ามาของสินค้าสู่กลุ่มประเทศสมาชิกอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจอยู่ในรูปของโควตานำเข้า หรือการเก็บภาษีเมื่อนำเข้าเกินปริมาณที่กำหนด โดย EU สามารถบังคับใช้มาตรการนี้ได้ฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากปักกิ่ง

บลูมเบิร์กรายงานว่าขณะนี้ EU ได้เริ่มประเมินข้อมูลทางการค้าเพื่อตรวจสอบอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายแล้ว 

ขาดดุลการค้าพุ่ง กดดัน EU งัดเครื่องมือใหม่

สินค้าต้นทุนต่ำและสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลจีนได้ไหลทะลักเข้าสู่ตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในและทำให้การจ้างงานในท้องถิ่นตกอยู่ในความเสี่ยง เมื่อประกอบกับอุปสงค์ที่ลดลงและข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดจีนสำหรับสินค้าจากฝั่งยุโรป ทำให้ EU เผชิญภาวะ ขาดดุลการค้า มหาศาลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวันและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์จีน ได้ออกแถลงการณ์เมื่อต้นเดือนต.ค.ว่า “สหภาพยุโรปไม่อาจเพ้อฝันว่าจะได้ผลประโยชน์จากการใช้แรงกดดัน และไม่ควรประเมินความมุ่งมั่นและความสามารถของจีนในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองต่ำเกินไป"

แหล่งข่าวระบุว่า มาตรการปกป้องทางการค้า ฉบับใหม่นี้จะสอดคล้องกับกฎของ องค์การการค้าโลก (WTO) และจะบังคับใช้กับประเทศอื่นๆ นอกเขตเศรษฐกิจยุโรป เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กก่อนหน้านี้

ยกตัวอย่าง กรณีการจำกัดโควตานำเข้ารถยนต์ไฮบริด โดยมาตรการนี้จะใช้บังคับเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งจีนจะได้โควตานำเข้าเพิ่มขึ้น 6% ต่อปีหลังจากปีแรก ขณะที่โควตารถยนต์จากประเทศอื่นอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็จะถูกพิจารณาด้วยหลักการเดียวกัน

คณะกรรมาธิการฯ มีแผนที่จะเสนอเครื่องมือใหม่ก่อนกลางเดือน ธ.ค. เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนและตอบโต้พฤติกรรมทางการค้าที่ก้าวร้าวอย่างรวดเร็ว โดยจะมุ่งตัดการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าและบริการบางประเภท 

จับตาการเจรจาและการเปิดตลาดจีน 

ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลปักกิ่งจะยอมรับการถูกจำกัดการส่งออกสินค้าอื่นๆ นอกเหนือจากรถยนต์ไฮบริดหรือไม่ โดยจีนได้แสดงท่าทีตอบโต้อย่างรุนแรงต่อแนวโน้มที่ EU จะนำเครื่องมือใหม่มาใช้

มารอช เชฟชอวิช หัวหน้าฝ่ายการค้าของ EU มีกำหนดจะหารือขั้นตอนต่อไปกับตัวแทนฝ่ายจีนในช่วงต้นปีหน้า 

สำหรับข้อตกลงที่บรรลุร่วมกันจนถึงขณะนี้ จะส่งผลให้ปักกิ่งปรับลดภาษีนำเข้าสำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ น้ำมันมะกอก และไอศกรีมบางชนิด ขณะเดียวกัน EU กำลังพยายามปรับปรุงการเข้าถึงตลาดในจีน และอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการส่งออกแร่สำคัญรวมถึงแม่เหล็กถาวร