สหภาพยุโรปวางแผนใช้มาตรการปกป้องทางการค้า จำกัดการนำเข้าสินค้าจากจีน กลุ่มเคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องจักร คาดแผนเร็วที่สุดในไตรมาสแรกปีหน้า เร่งแก้ปัญหาขาดดุลการค้ามหาศาลกว่าวันละ 1,000 ล้านดอลลาร์
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) กำลังวางแผนใช้มาตรการปกป้องทางการค้า (Safeguard Measures) เพื่อจำกัดการนำเข้าสินค้าจากจีน โดยครอบคลุมกลุ่มเคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องจักร ซึ่งอาจบังคับใช้ในรูปแบบการกำหนดโควตานำเข้าหรือการจัดเก็บภาษี โดยคาดว่าจะเสนอแผนอย่างเป็นทางการเร็วที่สุดในไตรมาสแรกของปี 2570
แหล่งข่าวเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรป ตั้งเป้าขยายผลจากแนวทางจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ข้อตกลงจำกัดเพดานนำเข้าไว้ที่ 350,000 คันต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่สูงพอที่จะไม่ทำให้เกิดมาตรการตอบโต้ทางการค้าจากรัฐบาลปักกิ่ง
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดการขาดดุลการค้าของสหภาพยุโรปต่อจีน ซึ่งแตะระดับ 3.6 แสนล้านยูโร หรือราว 4.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา
โดยหน่วยงานด้านการค้าของยุโรปกำลังรักษาสมดุลอย่างระมัดระวัง เพื่อปกป้องภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคและหลีกเลี่ยงสงครามการค้าเต็มรูปแบบ
ด้านโฆษกของคณะกรรมาธิการยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในขณะนี้
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน เปิดเผยกับสื่อเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.ว่า "อุตสาหกรรมของเราได้เรียกร้องให้มีมาตรการจัดการ เราได้ยินเสียงนั้นและเราจะตอบสนอง ซึ่งรวมถึงการเพิ่มมาตรการปกป้องทางการค้าด้วย"
มาตรการปกป้องทางการค้า (Safeguard measures) เปิดโอกาสให้สหภาพยุโรป สามารถจำกัดการนำเข้าสินค้าจากบางภาคอุตสาหกรรมได้ หากพบว่ามีการทะลักเข้ามาของสินค้าสู่กลุ่มประเทศสมาชิกอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจอยู่ในรูปของโควตานำเข้า หรือการเก็บภาษีเมื่อนำเข้าเกินปริมาณที่กำหนด โดย EU สามารถบังคับใช้มาตรการนี้ได้ฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากปักกิ่ง
บลูมเบิร์กรายงานว่าขณะนี้ EU ได้เริ่มประเมินข้อมูลทางการค้าเพื่อตรวจสอบอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายแล้ว
ขาดดุลการค้าพุ่ง กดดัน EU งัดเครื่องมือใหม่
สินค้าต้นทุนต่ำและสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลจีนได้ไหลทะลักเข้าสู่ตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในและทำให้การจ้างงานในท้องถิ่นตกอยู่ในความเสี่ยง เมื่อประกอบกับอุปสงค์ที่ลดลงและข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดจีนสำหรับสินค้าจากฝั่งยุโรป ทำให้ EU เผชิญภาวะ ขาดดุลการค้า มหาศาลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวันและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ทางด้านกระทรวงพาณิชย์จีน ได้ออกแถลงการณ์เมื่อต้นเดือนต.ค.ว่า “สหภาพยุโรปไม่อาจเพ้อฝันว่าจะได้ผลประโยชน์จากการใช้แรงกดดัน และไม่ควรประเมินความมุ่งมั่นและความสามารถของจีนในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองต่ำเกินไป"
แหล่งข่าวระบุว่า มาตรการปกป้องทางการค้า ฉบับใหม่นี้จะสอดคล้องกับกฎของ องค์การการค้าโลก (WTO) และจะบังคับใช้กับประเทศอื่นๆ นอกเขตเศรษฐกิจยุโรป เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กก่อนหน้านี้
ยกตัวอย่าง กรณีการจำกัดโควตานำเข้ารถยนต์ไฮบริด โดยมาตรการนี้จะใช้บังคับเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งจีนจะได้โควตานำเข้าเพิ่มขึ้น 6% ต่อปีหลังจากปีแรก ขณะที่โควตารถยนต์จากประเทศอื่นอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็จะถูกพิจารณาด้วยหลักการเดียวกัน
คณะกรรมาธิการฯ มีแผนที่จะเสนอเครื่องมือใหม่ก่อนกลางเดือน ธ.ค. เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนและตอบโต้พฤติกรรมทางการค้าที่ก้าวร้าวอย่างรวดเร็ว โดยจะมุ่งตัดการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าและบริการบางประเภท
จับตาการเจรจาและการเปิดตลาดจีน
ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลปักกิ่งจะยอมรับการถูกจำกัดการส่งออกสินค้าอื่นๆ นอกเหนือจากรถยนต์ไฮบริดหรือไม่ โดยจีนได้แสดงท่าทีตอบโต้อย่างรุนแรงต่อแนวโน้มที่ EU จะนำเครื่องมือใหม่มาใช้
มารอช เชฟชอวิช หัวหน้าฝ่ายการค้าของ EU มีกำหนดจะหารือขั้นตอนต่อไปกับตัวแทนฝ่ายจีนในช่วงต้นปีหน้า
สำหรับข้อตกลงที่บรรลุร่วมกันจนถึงขณะนี้ จะส่งผลให้ปักกิ่งปรับลดภาษีนำเข้าสำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ น้ำมันมะกอก และไอศกรีมบางชนิด ขณะเดียวกัน EU กำลังพยายามปรับปรุงการเข้าถึงตลาดในจีน และอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการส่งออกแร่สำคัญรวมถึงแม่เหล็กถาวร





