เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธ คลื่นการโจมตีทางไซเบอร์ แฮกระบบนับล้านครั้ง ทำบริษัทญี่ปุ่นควักเงินเยียวยาผู้ใช้ กว่าพันล้านเยน สร้างความปั่นป่วนให้เศรษฐกิจ จี้รัฐเร่งทำมาตรการรับมือ
KEY POINTS
- AI กลายเป็นอาวุธของอาชญากรไซเบอร์ ถูกใช้เพื่อทำกระบวนการโจมตีเป็นแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การหาช่องโหว่ไปจนถึงการสร้างแคมเปญหลอกลวง ทำให้การโจมตีเร็วขึ้นและตรวจจับได้ยากขึ้น
- บริษัทในญี่ปุ่นเผชิญวิกฤติจากการโจมตีทางไซเบอร์ระลอกใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของภาษาโปรแกรม PHP ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยแล้วกว่า 723 ครั้งในปีนี้ ซึ่งสูงกว่ายอดรวมของปีก่อนๆ
- ภาคธุรกิจญี่ปุ่นต้องควักเงินชดเชยความเสียหายเป็นมูลค่ากว่าพันล้านเยน โดยบริษัท Park24 บันทึกขาดทุนพิเศษ 5,500 ล้านเยน (ราว 1,180 ล้านบาท) เพื่อรับมือและจ่ายเงินเยียวยาลูกค้า
- บริษัท GMO Internet Group ประกาศจ่ายเงินเยียวยาลูกค้าคนละ 5,000 เยน หลังถูกโจมตีบริการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ซึ่งส่งผลให้หุ้นของบริษัทดิ่งลง 15%
- รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งรับมือวิกฤติโดยจะจัดตั้งทีมงานที่ใช้ AI จำลองการโจมตีเพื่อหาจุดอ่อนในระบบ ขณะที่ภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐและเอกชนร่วมมือกันปกป้องประเทศ
รอยเตอร์รายงานว่าบรรดา “บริษัทญี่ปุ่น” กำลังเคลื่อนไหวเพื่อจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ใช้งาน หลังจากเกิดคลื่น “การโจมตีทางไซเบอร์” ระลอกใหญ่ ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า AI ช่วยให้อาชญากรไซเบอร์สามารถทำกระบวนการต่างๆ แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การสแกนหาช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการสร้างแคมเปญหลอกลวง ส่งผลให้อาชญากรรมทางไซเบอร์เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น มีต้นทุนถูกลง และตรวจสอบจับกุมได้ยากขึ้นกว่าเดิม
แม้แต่เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลและบริษัทต่างๆ ในญี่ปุ่น ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ ต้องล่มใช้งานไม่ได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีการเปิดเผยช่องโหว่ความปลอดภัยขั้นวิกฤติในภาษาโปรแกรมภาษาที่เรียกว่า PHP กระตุ้นให้เกิดความพยายามในการเจาะระบบหรือ “แฮก” นับล้านครั้ง
ข้อมูลจากบริษัท TrendAI ระบุว่า มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เกิดขึ้นแล้ว 723 ครั้ง นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงเกินกว่ายอดรวมทั้งปีของทั้ง 2025 และ 2024 ไปเรียบร้อยแล้ว
"รายงานเหล่านี้อาจสะท้อนให้เห็นทั้งภัยคุกคามที่องค์กรต่างๆ ต้องเผชิญ และความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นในการตรวจพบเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งในอดีตอาจเป็นเหตุการณ์ที่รอดพ้นจากการตรวจสอบ ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างถ่องแท้ หรือถูกปกปิดไว้ไม่ให้เป็นข่าว" ซาโตชิ นางาโนะ ประธานบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ ESET Japan กล่าว
‘เอกชน’ ควักเงินชดเชยกว่าพันล้าน
หนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีในครั้งนี้คือ จีเอ็มโอ อินเทอร์เน็ต กรุ๊ป (GMO Internet Group) ผู้ให้บริการชั้นนำด้านบริการการเงินออนไลน์ ระบุว่า ลูกค้าจะได้รับการชดเชยความเสียหายจากการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเนื่องมาจากเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ที่กระทบต่อบริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ Forex
เรื่องนี้ทำให้ จีเอ็มโอ อินเทอร์เน็ต กรุ๊ป ประกาศว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับเงิน 5,000 เยน หรือราว 1,077 บาท เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบและเยียวยาจิตใจ
มาซาโตชิ คูมาไง ซีอีโอของบริษัท ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวลงในบล็อกส่วนตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “อินเทอร์เน็ตในตอนนี้กำลังเริ่มพังทลายลงแล้ว และอินเทอร์เน็ตกำลังค่อยๆ กลายสภาพเป็นเครื่องมือที่กลุ่มผู้ประสงค์ร้ายใช้เพื่อข่มขู่และปล้นทรัพย์สินของผู้คน"
สถานการณ์นี้ทำให้หุ้นบริษัท GMO ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ ดิ่งลงถึง 15% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน
ด้าน Park24 ผู้ให้บริการระบบคาร์แชร์ริ่ง เป็นอีกหนึ่งในบริษัทจะจ่ายเงินเยียวยาจำนวน 3,000 เยน หรือราว 646 บาทให้กับลูกค้า หลังจากเกิดเหตุการณ์ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ซึ่งทำให้บริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนพิเศษสูงถึง 5,500 ล้านเยน หรือราว 1,180 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการรับมือกับการโจมตีและการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว
รัฐเร่งยกระดับ ‘ปลอดภัยไซเบอร์’
รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า จะจัดตั้งทีมงานจำลองการโจมตีทางไซเบอร์โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อค้นหาจุดอ่อนในระบบเทคโนโลยี ในขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ในภาษาโปรแกรม PHP ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่
คูมาไงได้เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นนำมาตรการป้องกันภัยเชิงรุกทางไซเบอร์มาใช้ เพื่อตอบโต้การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ หลังจากที่มีการบังคับใช้ระบบป้องกันภัยไซเบอร์ไปเมื่อเดือนนี้
"ถึงเวลาแล้วที่ภาคส่วนภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกันเพื่อปกป้องประเทศญี่ปุ่น" คูมาไง เขียนระบุ
ทั้งนี้ ทาง GMO เปิดเผยว่า พวกตนได้รับข้อเรียกร้องเรียกค่าไถ่จากกลุ่มบุคคลที่เชื่อว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังการโจมตี พร้อมกับคำขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลของบริษัทและข้อมูลของลูกค้าหากไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้อง
อย่างไรก็ตาม GMO ยืนยันว่าจะไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว และจะดำเนินการจัดการกับเหตุการณ์นี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง
ในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อผลประกอบการทางการเงิน ที่เกิดจากการจ่ายเงินเยียวยาและชดเชยความเสียหายได้
ขนาดของการโจมตีทางไซเบอร์ในระยะหลังนี้ ได้เผยให้เห็น “จุดอ่อน” ในความสามารถของบริษัทญี่ปุ่น ในการปกป้องข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และยังทำให้มองเห็นแนวโน้มค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในการเสริมสร้างเกราะป้องกันความปลอดภัย
อ้างอิง Reuters





