ผลประเมินทักษะการประยุกต์ใช้ AI ของบุคลากรในองค์กรไทยอยู่ในระดับต่ำมาก เพียง 1.8 จาก 4 คะแนนเต็ม เนื่องจากขาดความเข้าใจพื้นฐานและเชื่อผลลัพธ์โดยไม่ตรวจสอบ
KEY POINTS
- ผลประเมินทักษะการประยุกต์ใช้ AI ของบุคลากรในองค์กรไทยอยู่ในระดับต่ำมาก เพียง 1.8 จาก 4 คะแนนเต็ม เนื่องจากขาดความเข้าใจพื้นฐานและเชื่อผลลัพธ์โดยไม่ตรวจสอบ
- พฤติกรรมการเรียนรู้ของคนทั่วไปและองค์กรสวนทางกัน โดยคนทั่วไปยังสนใจเรียนทักษะพื้นฐานอย่าง Excel ขณะที่องค์กรเน้นพัฒนาทักษะการคิด (Thinking Skills) และภาวะผู้นำ
- ทักษะที่สำคัญและมีมูลค่าสูงขึ้นในยุค AI คือการคิดเชิงกลยุทธ์และเชิงระบบ เพื่อสามารถตั้งคำถามและสั่งงาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การใช้เครื่องมือ
ท่ามกลางกระแสการตื่นตัวอย่างหนักของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจ ที่ผู้บริหารและคนทำงานต่างเร่งเสาะหาเครื่องมือใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ผลประเมิน AI คนไทยได้แค่ "เกรด 1.8" วิกฤติใช้เป็นแต่ไม่เข้าใจ ไร้ ROI จับต้องได้
แทนพงศ์ สุคนธ์พานิช Chief Enterprise Officer จาก FutureSkill for Business เผยในงาน NATION FORUM 2027 ช่วง SESSION 3 THE LIFELONG WORKFORCE PIVOT ว่าผลประเมินทักษะบุคลากรภายในองค์กรธุรกิจไทย ระดับความสามารถในการประยุกต์ใช้ AI ของคนทำงานในองค์กรไทยถูกจัดอยู่ในระดับเพียง 1.8 จากคะแนนเต็ม 4 เท่านั้น
เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้คะแนนอยู่ในระดับต่ำ แทนพงศ์ อธิบายว่า แม้ในทางปฏิบัติคนทำงานจำนวนมากจะเริ่มหันมาทดลองใช้ AI กันอย่างแพร่หลายแล้ว แต่สิ่งที่ยังเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ คือ การขาดความรู้ความเข้าใจพื้นฐาน เกี่ยวกับกลไกการทำงานของเทคโนโลยี บุคลากรส่วนใหญ่ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าระบบภาษาขนาดใหญ่ อย่าง ChatGPT ประมวลผลจากการเดาคำล่วงหน้า ส่งผลให้คนทำงานจำนวนมากเกิดภาวะ "ปักใจเชื่อ" ทุกคำตอบที่ AI เจนเนอเรตออกมาโดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์อันตรายที่ทำให้องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) หรือสร้างผลงานที่จับต้องได้จากการนำ AI มาใช้งานอย่างจริงจัง
พฤติกรรมการเรียนรู้ย้อนศร บุคคลทั่วไปยังติด 'Excel' ขณะที่องค์กรลุย 'Thinking & Leadership'
เมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการเสพความรู้และพัฒนาทักษะของคนไทยผ่านข้อมูลบนแพลตฟอร์ม FutureSkill พบความย้อนแย้งที่น่าสนใจอย่างยิ่งระหว่างฝั่งบุคคลทั่วไป (B2C) และฝั่งองค์กรธุรกิจ (B2B)
- ฝั่งบุคคลทั่วไป (B2C): แม้ข่าวสารเรื่อง AI จะมาแรง แต่เมื่อดูสถิติคอร์สเรียนที่มีผู้สนใจซื้อเรียนย้อนหลังมากที่สุดในปีนี้ กลับยังคงเป็นคอร์ส "Excel" ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดการตารางข้อมูลที่ใช้งานกันมานานกว่าสิบปี
- ฝั่งองค์กรธุรกิจ (B2B): ในทางกลับกัน องค์กรธุรกิจที่ลงทุนซื้อคอร์สพัฒนาพนักงาน จะมุ่งเน้นส่งเสริมกลุ่มวิชา "Leadership" และ "Thinking Skills" (ทักษะกระบวนการคิด) เป็น
มูลค่าทักษะที่เปลี่ยนไป งานปฏิบัติการราคาตก ต้องสวิตช์สู่ "Strategic & Systemic Thinking"
แทนพงศ์ ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของมูลค่าทักษะ ในตลาดงานยุคปัจจุบันว่า ทักษะเชิงการปฏิบัติการขั้นพื้นฐาน เช่น การเขียนคอนเทนต์ หรือ การทำภาพกราฟิก กำลังมีมูลค่าลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก AI สามารถทำงานเหล่านี้ได้รวดเร็วและมีคุณภาพสูงกว่าในบางมิติ
ในทางกลับกัน ทักษะที่จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในสายตาของนายจ้างและองค์กร ได้แก่
- การวางกลยุทธ์ : การกำหนดทิศทาง วางแผนยุทธศาสตร์ และวางแผนการดำเนินงานขององค์กร
- คิดเชิงระบบและคิดวิเคราะห์ : การมองภาพรวม การเชื่อมโยงเหตุปัจจัย และการตั้งคำถามเชิงลึก
"เวลาผมไปสอนในองค์กรธุรกิจ ผมแทบจะไม่เน้นสอนเรื่องการกดใช้เครื่องมือเลย แต่จะเน้นสอนเรื่อง Thinking Skills วิธีการคิดเป็นระบบ และวิธีการสั่งงานหรือตั้งคำถาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่นำไปใช้งานได้จริง" แทนพงศ์ กล่าว
พร้อมระบุว่า หากคนทำงานไม่สามารถคิดภาพผลลัพธ์สุดท้าย ออกมาได้ว่าตนเองต้องการอะไร ต่อให้เทคโนโลยี AI จะฉลาดเก่งกาจเพียงใดก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น
ทางรอดภาคธุรกิจ สร้าง Digital Awareness และ Redesign Workflow ไม่ใช่แค่ยัดเยียดเครื่องมือ
สำหรับคำแนะนำถึงผู้บริหารและองค์กรไทยที่ต้องการปรับตัว แทนพงศ์ สรุปว่า การยัดเยียดซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือ AI ลงไปให้พนักงานใช้อย่างเดียวจะไม่เคยได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
องค์กรต้องเริ่มต้นจากการประเมินศักยภาพคน เพื่อดูว่าบุคลากรปัจจุบันตอบโจทย์เป้าหมายธุรกิจหรือไม่ จากนั้นต้องเร่งสร้าง Digital Awareness หรือความตระหนักรู้ด้านดิจิทัล ให้พนักงานเข้าใจทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และข้อจำกัดของ AI ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ทั้งหมด เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมสอดรับกับขั้นตอนการทำงานจริง ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะยกระดับ productivity และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคธุรกิจไทยได้อย่างยั่งยืน





