เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 3 เดือน ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดลบต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
• เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนที่ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลง หลังเงินบาทไม่สามารถแข็งค่าผ่านแนว 33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ ประกอบกับเงินเยนและสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชียทยอยอ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับสูงขึ้น
นอกจากนี้ เงินบาทยังอ่อนค่าลงตามแรงขายในตลาดทองคำโลกด้วยเช่นกัน [ราคาน้ำมันดิบ BRENT ส่งมอบเดือนธ.ค. ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 เดือนเข้าใกล้ 112 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคา Spot ทองคำร่วงลงหลุด 4100 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์]
ในอีกด้านหนึ่ง เงินดอลลาร์ฯ มีแรงหนุนจากการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยแม้ตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 27-28 ต.ค. นี้ แต่ยังประเมินว่ามีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. 2569
• ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.72 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (15 ต.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 19-22 ต.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,014 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 9,804 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 9,805 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 1 ล้านบาท)
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 26-30 ต.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. (28 ต.ค.) ตัวเลขการส่งออกและรายงานเศรษฐกิจและการเงิน เดือนก.ย. ของไทย ตลอดจนผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่ง ประกอบด้วย เฟด (27-28 ต.ค.) ECB (29 ต.ค.) และ BOJ (29-30 ต.ค.)
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ อัตราเงินเฟ้อ PCE/Core PCE เดือนก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนต.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 (advance) รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรม เดือนก.ย. ของจีน และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปิดลบต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แม้จะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์
SET index ปรับตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยลบจากความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจกดดันเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไป
ทั้งนี้ แรงขายกระจายไปในหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดย กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ และกลุ่มแบงก์ซึ่งอยู่ระหว่างทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569
ดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเข้ามาหนุน โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เสร็จสิ้นไปแล้ว และกลุ่มท่องเที่ยวหลังมีรายงานข่าวว่าภาครัฐอาจชะลอแผนเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยเริ่มจำกัดก่อนวันหยุดยาวของตลาดในประเทศ
• ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,562.67 จุด ลดลง 0.66% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,950.59 ล้านบาท ลดลง 0.11% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.46% มาปิดที่ระดับ 219.71 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (26-30 ต.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,555 และ 1,540 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,605 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (28 ต.ค.) การประชุมเฟด (27-28 ต.ค.) ตัวเลขส่งออกเดือนก.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนก.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม ECB และ BOJ กำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของยูโรโซน





