วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำมันปาล์มจ่อทรงตัวสูง ‘ยาวถึงปีหน้า’ หลัง ‘ภัยแล้งอาเซียน’ ฉุดผลผลิต

ราคาน้ำมันปาล์มโลกจ่อพุ่งแตะ 5,000 ริงกิตต่อตันในต้นปี 2027 หลังเอลนีโญซ้ำเติมภัยแล้งใน ‘อินโดนีเซีย’ และ ‘มาเลเซีย’ สองผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ขณะที่ความต้องการไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นักวิเคราะห์เตือนเสี่ยงดันราคาน้ำมันพืชและเชื้อเพลิงชีวภาพทั่วโลกพุ่ง

ราคาน้ำมันปาล์มโลก มีแนวโน้ม “ทรงตัวในระดับสูง” ต่อเนื่องถึงปี 2027 หลังปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้เกิดภัยแล้งในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระทบผลผลิตของอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นสัดส่วนรวมกันกว่า 80% ของผลผลิตทั่วโลก ขณะที่ความต้องการผลิตไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันปาล์มดิบในตลาดมาเลเซียเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 4,800 ริงกิตต่อตันในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 4,000 ริงกิตเมื่อต้นปี ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยราคาน้ำมันปาล์มเคยพุ่งทะลุ 5,000 ริงกิตต่อตันในช่วงปลายเดือนส.ค.

โทมัส มีลเค ผู้อำนวยการบริหารบริษัทวิจัย ISTA Mielke คาดว่า ราคาน้ำมันปาล์มอาจ “กลับไปแตะ 5,000 ริงกิตต่อตัน” ได้เร็วที่สุดในเดือนม.ค. 2027 เนื่องจากอุปทานที่ตึงตัว ประกอบกับความไม่แน่นอนของการส่งออกน้ำมันดอกทานตะวันจากภูมิภาคทะเลดำ ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

“ราคาน้ำมันปาล์มของมาเลเซียสามารถกลับไปแตะระดับ 5,000 ริงกิตได้อีกครั้งอย่างไม่ยากนัก คำถามสำคัญคือจะเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งผมคาดว่าเราอาจได้เห็นราคากลับไปแตะระดับดังกล่าวเร็วที่สุดในเดือนมกราคม” มีลเคกล่าว

ด้านจูเลียน แมคกิลล์ ผู้อำนวยการ Glenauk Economics ระบุว่า อินโดนีเซียกำลังเผชิญภัยแล้งรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่สุมาตราใต้และกาลีมันตันใต้ ซึ่งมีฝนตกน้อยต่อเนื่องหลายเดือน และคาดว่าผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มจะชัดเจนขึ้นในไตรมาส 2 ของปีหน้า เมื่อตลาดเริ่มประเมินความเสียหายต่อผลผลิต

“อินโดนีเซียคือจุดที่น่ากังวลอย่างแท้จริง” แมคกิลล์กล่าว พร้อมระบุว่า ผลกระทบของภัยแล้งในอินโดนีเซียต่อราคาน้ำมันปาล์มอาจเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 2 ของปีหน้า เมื่อตลาดเริ่มคาดการณ์ถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต

ขณะเดียวกัน ธนาคาร Hong Leong Investment Bank ของมาเลเซียประเมินว่า ผลกระทบจากเอลนีโญต่อผลผลิตปาล์มน้ำมันจะรุนแรงขึ้นในปี 2027 เนื่องจากต้นปาล์มตอบสนองต่อภาวะขาดน้ำด้วยระยะเวลาที่ล่าช้า

นอกจากปัญหาภัยแล้งแล้ว นโยบายส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลของรัฐบาลหลายประเทศ ยังเป็นอีกปัจจัยหนุนราคา หลังราคาน้ำมันดีเซลที่อยู่ในระดับสูงทำให้ไบโอดีเซลมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า หากราคาน้ำมันปาล์มปรับตัวสูงเกินไป ผู้ซื้ออาจหันไปใช้น้ำมันถั่วเหลืองหรือน้ำมันดอกทานตะวันทดแทน ซึ่งจะช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคา

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันพืชทั่วโลกมีความเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 พร้อมกับราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งอาจเพิ่มภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค และซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ

อ้างอิง: nikkei