มาเลเซียอนุมัติการส่งออก 'แร่แรร์เอิร์ธ' ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปเป็นครั้งแรก ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ที่ผ่อนคลายมาตรการระงับส่งออก ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2024 หวังดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยี ท่ามกลางความพยายามลดการพึ่งพา 'จีน' ในห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก
วันนี้ (22 ต.ค.) รัฐบาลมาเลเซียได้อนุมัติการส่งออก "แร่หายาก" หรือ แรร์เอิร์ธ ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปล็อตหนึ่ง ซึ่งนับเป็นการอนุมัติครั้งแรกภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ที่เปิดทางให้ส่งออกแร่เพื่อการทดสอบ และอาจช่วยส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแปรรูปแร่ภายในประเทศ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของมาเลเซีย ได้ตอบคำถามของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า กรมแร่และธรณีวิทยาของมาเลเซียได้อนุมัติคำขอส่งออกแร่หนึ่งรายการแล้วเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการวิจัยและพัฒนา อย่างไรก็ตาม กระทรวงไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ยื่นคำขอหรือรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด
แร่แรร์เอิร์ธเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของโลก เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญของเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้งานด้านกลาโหมหลายประเภท
ที่ผ่านมา "จีน" ครองตลาดทั้งด้านการทำเหมืองและการแปรรูปแร่แรร์เอิร์ธมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันประเทศอื่นๆ รวมถึงมาเลเซีย กำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาจีน
ต่างชาติสนลงทุนแรร์เอิร์ธมาเลเซีย
ปัจจุบัน มาเลเซียเป็นที่ตั้งฐานการดำเนินงานของบริษัท Lynas Rare Earths Ltd. จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแรร์เอิร์ธรายใหญ่เพียงสองรายนอกประเทศจีน ขณะที่กลุ่มบริษัทในประเทศอย่าง Berjaya Corp Bhd. ก็กำลังศึกษาการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
สำหรับบริษัทต่างชาติรายอื่นๆ เช่น Carester SAS จากฝรั่งเศส มีแผนร่วมกับ Malaco Mining Group ของมาเลเซีย ก่อตั้งโรงงานแยกแร่แรร์เอิร์ธในรัฐเปรัก ทางตอนเหนือของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีบริษัทสหรัฐมากกว่า 12 แห่งที่กำลังศึกษาลู่ทางการลงทุนในมาเลเซีย
เมื่อต้นเดือนต.ค. นี้ มาเลเซียได้ประกาศหลักเกณฑ์สำหรับการอนุญาตให้ส่งออกแร่แรร์เอิร์ธดิบภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยผ่อนคลายมาตรการระงับการส่งออกที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2024
ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ มาเลเซียสามารถอนุญาตให้ส่งออกแร่ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปเพื่อการวิจัยและพัฒนาหรือการแปรรูปได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
“หลักเกณฑ์ดังกล่าวเปิดให้ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติเหมาะสม รวมถึงบริษัทต่างชาติสามารถยื่นขออนุญาตได้ โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง” กระทรวงระบุและย้ำว่า สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญไม่ใช่จำนวนคำขอส่งออกที่ได้รับอนุมัติ แต่เป็นคุณภาพของการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
ที่มา: Bloomberg




