วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เซี่ยงไฮ้’ ครองแชมป์โลก มี ‘ออฟฟิศร้าง’ มากที่สุด

เซี่ยงไฮ้ครองแชมป์ ‘สำนักงานว่างสูงสุดในโลก’ อัตราพุ่ง 24.5% หลังทุนต่างชาติชะลอลงทุนจีน อาคารบางแห่งไร้ผู้เช่า แต่ยังเปิดไฟเฉพาะด้านนอกเพื่อรักษาภาพลักษณ์มหานครการเงิน ขณะที่วิกฤติลามถึงฉงชิ่ง ตึกระฟ้าร้างไร้ผู้เช่า สะท้อนตลาดอสังหาฯ จีนที่ยังซบเซา

เซี่ยงไฮ้เผชิญวิกฤติ “สำนักงานว่างสูงที่สุดในโลก” หลังบริษัทต่างชาติชะลอการลงทุนในจีน ดันอัตราพื้นที่สำนักงานว่างพุ่งแตะ 24.5% ขณะที่อาคารบางแห่งเปิดไฟเฉพาะด้านนอกเพื่อรักษาภาพลักษณ์มหานครการเงิน ท่ามกลางความกังวลว่า ปัญหาอาจลุกลามสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ

ข้อมูลล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก CBRE ระบุว่า ในไตรมาส 2 ของปีนี้ เซี่ยงไฮ้มีอัตราพื้นที่สำนักงานว่างสูงถึง 24.5% “ครองอันดับ 1” จากการสำรวจ 20 เมืองทั่วโลก ขณะที่กรุงปักกิ่งอยู่ในอันดับ 8 ด้วยอัตรา 17.9%

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2019 ก่อนการระบาดของโควิด-19 อัตราพื้นที่สำนักงานว่างในเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้นถึง 5.1 จุดเปอร์เซ็นต์ สูงกว่านิวยอร์กที่เพิ่มขึ้น 3.8 จุดเปอร์เซ็นต์ ลอนดอน 2.6 จุดเปอร์เซ็นต์ และโตเกียว 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านอาคารสำนักงานในย่านการเงิน ลู่เจียจุ่ย (Lujiazui) ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของเซี่ยงไฮ้ โดยพบว่าอาคารบางแห่ง “ไม่มีผู้เช่า” แต่กลับเปิดไฟเฉพาะห้องที่หันออกสู่ภายนอก เพื่อรักษาทัศนียภาพยามค่ำคืนริมแม่น้ำหวงผู่

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การชะลอตัวของเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศของจีนรายงานว่า เงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) สุทธิในไตรมาส 2 อยู่ที่ 26,600 ล้านดอลลาร์ ลดลง 23% จากไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางการลดการลงทุนของบริษัทสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียด

ไม่เพียงแต่บริษัทสหรัฐและยุโรปที่ปรับลดการลงทุนในจีนเท่านั้น แต่บริษัทญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งยังลดการใช้จ่ายด้านการลงทุนลงเช่นกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนกับญี่ปุ่นที่ย่ำแย่ลง

ปัญหาสำนักงานว่างยังลุกลามไปยังเมืองชั้นในอย่าง “ฉงชิ่ง” ซึ่งอาคารสำนักงานหลายแห่งติดป้ายลดค่าเช่าและเปิดให้เจรจาราคา บางอาคารมี “พื้นที่ว่างแทบทุกชั้น” ขณะที่ตึกสูง 60 ชั้นแห่งหนึ่งก่อสร้างไม่แล้วเสร็จเนื่องจากปัญหาการเงินของผู้พัฒนาโครงการ ส่งผลให้พื้นที่สำนักงานชั้นบนไร้ผู้เช่าและมืดสนิทในยามค่ำคืน

นอกจากนี้ พื้นที่สำนักงานว่างขนาดประมาณ 200 ตารางเมตร อยู่ในสภาพทรุดโทรม โดยพื้นบางส่วนถูกรื้อออก และมีสายไฟห้อยลงมาจากเพดาน ขณะที่ประตูยังคงปรากฏชื่อบริษัทที่คาดว่าเป็นผู้เช่ารายเดิม

แม้อาคารสำนักงานจำนวนมากในจีนอยู่ภายใต้การถือครองของรัฐวิสาหกิจ ทำให้ผลกระทบทางการเงินอาจยังไม่ปรากฏทันที แต่หากความต้องการเช่ายังคงซบเซาต่อเนื่อง อาจกดดันค่าเช่าให้ลดต่ำลง และส่งผลกระทบต่อเจ้าของอาคารภาคเอกชนในระยะยาว

อ้างอิง: nikkei