วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

IMF ชี้ ‘AI-การค้า’ ตัวแปรดันเอเชียโตเพิ่ม ท่ามกลางประชากรสูงวัย

IMF ชี้ว่าเอเชียเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะสังคมสูงวัย แต่สามารถใช้เทคโนโลยี AI และการรวมกลุ่มทางการค้าในภูมิภาคเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต เทคโนโลยี AI ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการชดเชยกำลังแรงงานที่ลดลงจากภาวะประชากรสูงวัย โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เอเชียได้ 0.2-1.0% ต่อปี

KEY POINTS

  • IMF ชี้ว่าเอเชียเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะสังคมสูงวัย แต่สามารถใช้เทคโนโลยี AI และการรวมกลุ่มทางการค้าในภูมิภาคเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
  • เทคโนโลยี AI ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการชดเชยกำลังแรงงานที่ลดลงจากภาวะประชากรสูงวัย โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เอเชียได้ 0.2-1.0% ต่อปี
  • ท่ามกลางมาตรการกีดกันทางการค้าโลก IMF แนะให้เอเชียหันมาส่งเสริมการค้าภายในภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเพิ่ม GDP ของภูมิภาคได้ถึง 1.8% ในระยะยาว

วันที่ 12 ต.ค.2569 การประชุมประจำปี 2026 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกหรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 (IMF-World Bank 2026)ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร 

โดยในวาระสำคัญในช่วงบ่ายวันนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดตัวหนังสือรายงานเรือธงประจำปีฉบับใหม่ล่าสุดภายใต้หัวข้อ "Shaping the Future of Asia: Opportunities and Challenges" ซึ่งได้รับเกียรติจาก คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF และกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก IMF ร่วมเป็นผู้นำเสนอหลักในการเปิดตัว

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจะยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่ภูมิภาคกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญจากมรสุมความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งการก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ความท้าทายด้านการค้าจากการแบ่งแยกทางภูมิเศรษฐศาสตร์ และประสิทธิภาพการลงทุนที่ลดลง

เอเชียเครื่องยนต์เศรษฐกิจโลก

กอร์เกียวา กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียเติบโตและประสบความเร็จมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมาเศรษฐกิจเอเชียคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของการเติบโตของเศรษฐกิจโลกทั้งหมด และในปี 2026 นี้ บทบาทของเอเชียยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษ

“ในปีนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่การจัดการประชุมขึ้นที่ประเทศไทย เศรษฐกิจเอเชียได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการสัดส่วนขยายตัวคิดเป็นถึง 68% ของการเติบโตของเศรษฐกิจโลกทั้งหมด" กอร์เกียวา กล่าว

การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งนี้ได้ส่งผลตรงถึงคุณภาพชีวิตของประชากร โดยเอเชียประสบความสำเร็จในการลดปัญหาความยากจนขั้นรุนแรงจากระดับมากกว่า 25% ลงมาเหลือต่ำกว่า 5% ในปัจจุบัน 

ทั้งนี้ การเติบโตของเอเชียเกิดจากการขับเคลื่อนผ่านโครงสร้างหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ การรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค 

3 แรงขับเคลื่อนเอเชีย

ศรีนิวาสัน ได้ขยายความถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เป็นฐานรากปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจของเอเชีย ซึ่งเกิดจากการสะสมทุนอย่างเข้มข้น โดยภูมิภาคเอเชีย มีการลงทุนเฉลี่ยสูงถึง 27% ของ GDP ในช่วงปี 1995–2024 ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของประชากรวัยแรงงานกว่า 1,000 ล้านคน และการเปิดรับการค้าเสรีจนมีสัดส่วนการค้าสูงถึง 40% ของการค้าโลก

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไปที่เอเชียกำลังเข้าสู่บทใหม่จะต้องเตรียมรับมือกับความพลิกผัน 3 เรื่องเช่นกัน ได้แก่

1.) วิกฤติประชากรสูงวัย ภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญการเข้าสู่สังคมสูงวัยรวดเร็วกว่าภูมิภาคอื่นในโลก โดยสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 11% เป็น 20% ภายในปี 2050 

โดย IMF เสนอทางออกเพื่อชดเชยการลดลงของแรงงานว่า การดึงผู้หญิงเข้ามาในระบบแรงงาน ให้เท่าเทียมกับผู้ชายจะช่วยเพิ่มจำนวนแรงงานในภูมิภาคได้สูงถึง 112 ล้านคน รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุให้สามารถทำงานได้ยาวนานขึ้น

2.) AI กุญแจชดเชยแรงงานหดตัว รายงาน IMF ระบุว่า เทคโนโลยี AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการก้าวข้ามข้อจำกัดทางประชากร โดยคาดว่า AI จะช่วยเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียได้ 0.5-1.0% ต่อปี และในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ได้ 0.2-0.8% ต่อปี

"ลองจินตนาการถึงการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอีก 1% หากประเทศต่างๆ สามารถเก็บเกี่ยวผลิตภาพจากการใช้นวัตกรรมนี้ได้ ก็จะสามารถชดเชยแรงกดดันจากการลดลงของวัยแรงงานและสังคมสูงวัยได้อย่างสมบูรณ์" กอร์เกียวา กล่าว

ศรีนิวาสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า หากการเติบโตของผลิตภาพปัจจัยการผลิตรวม (TFP Growth) เพิ่มขึ้นได้ 0.8% จะสามารถทดแทนผลกระทบเชิงลบจากประชากรสูงวัยได้ทั้งหมด แม้กระทั่งในกลุ่มประเทศที่ประชากรเกิดต่ำ 

อย่างไรก็ตาม ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเร่งปฏิรูปทักษะแรงงานและกระจายการเข้าถึง AI เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศและระหว่างขนาดของธุรกิจ

3.) การรวมตัวทางการค้าในภูมิภาค ในสภาวะที่มาตรการกีดกันทางการค้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเอเชียในฐานะภูมิภาคที่พึ่งพาการส่งออกสูงที่สุด 

โดยรายงาน IMF ได้เสนอให้เอเชียหันมารวมตัวและสร้างตลาดภายในภูมิภาคเอง โดยเฉพาะสินค้าขั้นสุดท้ายและภาคบริการ ซึ่งยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก

ทั้งนี้ รายงานประเมินว่าการจัดทำข้อตกลงการค้าเชิงลึกในภูมิภาคและการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) สามารถช่วยเพิ่ม GDP ของภูมิภาคเอเชียได้ถึงประมาณ 1.8% ในระยะยาว

แนะเร่งปฏิรูปภาคการเงิน

นอกจากประเด็นด้านประชากร AI และการค้าแล้ว รายงาน Shaping the Future of Asia ยังได้เตือนถึงภาวะ ประสิทธิภาพการลงทุนที่ลดลง โดยวัดจากอัตราส่วนส่วนเพิ่มของทุนต่อผลผลิต (ICOR) ที่พุ่งสูงขึ้น และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ของภาคธุรกิจที่ลดลงหลังวิกฤติการเงินโลก ตลอดจนดัชนีการจัดสรรเงินทุนผิดพลาด ที่เพิ่มขึ้นราว 25%

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากระบบการเงินของเอเชียที่ยังพึ่งพาธนาคารเป็นหลัก ทำให้เงินทุนไหลไปสู่บริษัทขนาดใหญ่หรือรัฐวิสาหกิจที่มีผลิตภาพต่ำ ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) และสตาร์ทอัพนวัตกรรมสูงกลับประสบปัญหาขาดแคลนทุน 

IMF จึงเสนอให้เร่งพัฒนาตลาดตราสารสารหนี้ ตลาดทุน และการร่วมลงทุน (Venture Capital) เพื่อกระจายความเสี่ยงและสนับสนุนภาคบริการซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์เติบโตใหม่ของเอเชีย

กอร์เกียวา กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราจะยังคงอาศัยอยู่ในโลกที่ต้องเผชิญกับสภาวะช็อกบ่อยครั้งขึ้น จะมีความไม่แน่นอนและหมอกควันบนเส้นทางเศรษฐกิจมากขึ้น เราจะนำทางการฝ่าหมอกคตอนนี้ได้อย่างไร? คำตอบคือการสร้างความมั่นใจว่า เราได้ดึงเอาทุกแหล่งเปรียบเทียบและความได้เปรียบมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และทำสิ่งเหล่านั้นร่วมกัน"