ศึกดีเซลรัสเซียสะเทือนวอชิงตัน สว.สหรัฐสองพรรค ‘ผนึกกำลัง’ จี้ทรัมป์ยกเลิกดีลพลังงานกับมอสโก ชี้เสี่ยงขัดกฎหมายและเปิดทาง ‘ส่งเงินหล่อเลี้ยง’ สงครามปูติน ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ยืนกรานเดินหน้าหวังลดราคาน้ำมัน ท่ามกลางรอยร้าวในพรรครีพับลิกันก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอม
เปิดศึกกลางวอชิงตัน สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต “ผนึกกำลัง” กดดันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ “ยกเลิก” ดีลน้ำมันดีเซลกับรัสเซีย ชี้เสี่ยงละเมิดกฎหมายสหรัฐ และอาจกลายเป็นการยื่นท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ใช้ทำสงครามในยูเครน ขณะที่ทำเนียบขาวยืนกรานเดินหน้าข้อตกลง หวังสกัดราคาพลังงานพุ่ง ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังใกล้เข้ามา
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ 7 คน ประกอบด้วยพรรครีพับลิกัน 4 คน และพรรคเดโมแครต 3 คน ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ทรัมป์ทบทวนข้อตกลงด้านน้ำมันดีเซลกับรัสเซีย โดยระบุว่า สภาคองเกรสได้ออกกฎหมายห้ามนำเข้าพลังงานจากรัสเซียตั้งแต่ปี 2565 เพื่อป้องกันไม่ให้เงินของชาวอเมริกันถูกนำไปสนับสนุนสงครามของรัสเซียในยูเครน
สมาชิกวุฒิสภากลุ่มดังกล่าวยังกล่าวหาว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ได้ปรึกษาสภาคองเกรสหรือชี้แจงเหตุผลในการตัดสินใจตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมย้ำว่า สหรัฐไม่ควรเป็น “แหล่งเงินทุน” หล่อเลี้ยงรัฐบาลปูติน ขณะที่รัสเซียยังคงโจมตีพลเรือนยูเครน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศเมื่อวันศุกร์ (9 ต.ค.) ว่า รัสเซียตกลงจัดส่งน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาดโลก โดยรัฐบาลสหรัฐได้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเชื้อเพลิงรัสเซียเป็นการชั่วคราว เพื่อเพิ่มอุปทานและบรรเทาราคาพลังงานที่อยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม ทอม ทิลลิส วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจละเมิดกฎหมายและสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตชาวอเมริกัน ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การเปิดทางให้รัสเซียส่งออกดีเซลไม่น่าช่วยลดราคาเชื้อเพลิงได้อย่างยั่งยืน
ด้านดอน เบคอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐเนแบรสกา ซึ่งกำลังจะเกษียณจากตำแหน่ง โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันศุกร์ว่า
“การช่วยพยุงเศรษฐกิจสงครามของปูตินเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม เพราะเขานำเงินเหล่านั้นไปใช้โจมตีเมืองต่าง ๆ”
ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่า รัฐบาลมีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินข้อตกลง และมาตรการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผ่านการลดต้นทุนพลังงาน
ความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนรอยร้าวภายในพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. ท่ามกลางคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ลดลงและแรงกดดันจากค่าครองชีพสูง
ขณะเดียวกัน มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา วิจารณ์ว่าข้อตกลงดีเซลขัดต่อความพยายามของยูเครนและชาติพันธมิตรในการสร้างสันติภาพในยุโรป
ทรัมป์ยังอ้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า รัสเซียและยูเครนตกลงหยุดยิงด้านพลังงานโดยมีผลทันที แต่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนระบุว่า ยังรอรายละเอียดของข้อตกลง ขณะที่รัฐบาลมอสโกยังไม่ได้ออกมายืนยันเรื่องดังกล่าว
อ้างอิง: reuters





