วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘จีน’ สั่งสอบ ‘อียู’ ทุ่มตลาดเคมีภัณฑ์ ก่อนเส้นตายเจรจาการค้า

จีนเปิดสอบการทุ่มตลาดเคมีภัณฑ์ที่นำเข้าจากสหภาพยุโรป เพียงไม่กี่วันก่อนที่กรรมาธิการการค้าของอียูจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อเจรจาระงับข้อพิพาท

KEY POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเปิดการสอบสวนการทุ่มตลาดสารเคมีที่นำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อเป็นการตอบโต้หลังจากที่ EU ได้สอบสวนสินค้านำเข้าจากจีนก่อนหน้านี้
  • การสอบสวนนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่กรรมาธิการการค้าของ EU จะเดินทางเยือนจีนเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ท่ามกลางแรงกดดันจาก EU ที่ขาดดุลการค้ากับจีนอย่างมหาศาล
  • การเจรจาที่กำลังจะมาถึงถือเป็นเส้นตายสำคัญ โดย EU ขู่ว่าจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดหากไม่มีความคืบหน้า ซึ่งจีนก็พร้อมที่จะใช้มาตรการตอบโต้กลับเช่นกัน

สำนักข่าว Euronews รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์จีน ประกาศเปิดการสอบสวนการทุ่มตลาดเคมีภัณฑ์ที่นำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) เพียงไม่กี่วันก่อนที่กรรมาธิการการค้าของอียูจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อเจรจาระงับข้อพิพาท ท่ามกลางแรงกดดันจากฝั่งยุโรปที่ขาดดุลการค้ากับจีนสูงถึงวันละ 1 พันล้านยูโร และพร้อมขู่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดหากการเจรจาไม่คืบหน้า

กระทรวงพาณิชย์จีน ระบุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า จะดำเนินการตรวจสอบสารเคมีพารา-ไนโตรโทลูอีน (p-nitrotoluene) ที่ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในการผลิตสีย้อม ยา และยาปราบศัตรูพืช

โดยโฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยว่าการสอบสวนดังกล่าวเกิดขึ้นตามคำร้องเรียนของผู้ผลิตในประเทศที่ระบุว่าได้รับความเสียหายต่อการผลิตและการดำเนินงาน จึงจะตรวจสอบว่า มีการนำเข้าจากอียูในราคาต่ำและทะลักเข้าสู่ตลาดจีนหรือไม่ สารเคมีชนิดนี้ คาดว่ากระบวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จภายใน 12 เดือน และอาจขยายเวลาออกไปได้อีก 6 เดือน

การตอบโต้ของรัฐบาลปักกิ่งในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่อียูเพิ่งเปิดการสอบสวนการนำเข้าโพลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl chloride: PVC) จากหลายประเทศซึ่งรวมถึงจีนเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เผยเมื่อเดือนสิงหาคมว่า อียูได้เปิดการสอบสวนเพื่อปกป้องทางการค้าถึง 30 คดีในรอบปีเดียว ซึ่งสูงกว่าอัตราปกติถึงเกือบ 3 เท่า หลังจากยอดการนำเข้าสินค้าจากจีนพุ่งสูงขึ้นถึง 45% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตามกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) ประเทศผู้นำเข้าสามารถใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม หรือที่เรียกว่าอากรตอบโต้การทุ่มตลาดได้ หากพบว่าสินค้าราคาถูกเหล่านั้นสร้างความเสียหายต่อผู้ผลิตในประเทศ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าผู้ผลิตของตนมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันจากการอุดหนุนของรัฐ พร้อมขู่จะใช้มาตรการตอบโต้การสกัดกั้นของอียู โดยโฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนย้ำว่า "อียูต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจและการค้าของตนเองโดยตรง และแก้ไขข้อกังวลร่วมกันผ่านการเจรจาหารือ"

มารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของอียู มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในวันที่ 8-9 ตุลาคมนี้ เพื่อร่วมเป็นประธานการประชุมสภาการค้าและการลงทุนอียู-จีน และหารือกับ หวัง เหวินเทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน การเยือนครั้งนี้ถือเป็นเส้นตายที่รัฐบาลบรัสเซลส์กำหนดไว้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการเจรจา โดยอียูต้องการหลักประกันว่าจีนจะจำกัดการส่งออกสินค้ามายังยุโรป และขยายเวลาการผ่อนปรนเรื่องการส่งออกแร่หายาก ในขณะที่ตัวเลขการขาดดุลการค้าของอียูต่อจีนยังคงมหาศาล

กรรมาธิการการค้าของอียูได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า หากไม่มีความคืบหน้าไปรายงานต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 15-16 ตุลาคมนี้ อาจเกิดแรงขับเคลื่อนให้ใช้มาตรการที่เด็ดขาดและรุนแรงยิ่งขึ้น รวมถึงการแสวงหาเครื่องมือทางการค้าอื่นๆ เพื่อจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งทางฝั่งจีนเองก็ได้เตือนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อข้อจำกัดใหม่ๆ ที่พุ่งเป้ามายังบริษัทหรือสินค้าของตนเช่นกัน