ตลาดพลังงานโลกเจอแรงกดดันระลอกใหม่ จีนสั่ง ‘ระงับส่งออก’ น้ำมันสำเร็จรูปเดือนต.ค. เร่งเก็บเชื้อเพลิงตุนในประเทศ หลังสต๊อกยังต่ำกว่าก่อนสงคราม หวั่นอุปทานโลกยิ่งตึงตัว ซ้ำเติมวิกฤติเชื้อเพลิง และดันราคาพลังงานพุ่งทำสถิติใหม่
ในสถานการณ์พลังงานที่ยังคงตึงเครียด จีนประกาศ “ระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน” ในเดือนต.ค. เพื่อเร่งรักษาสต๊อกเชื้อเพลิงภายในประเทศ หลังสงครามอิหร่าน และการโจมตีโรงกลั่นรัสเซียโดยยูเครนกระทบพลังงานโลก ซึ่งการหายไปของน้ำมันจากจีนล่าสุดนี้ อาจยิ่ง “ซ้ำเติม” ภาวะเชื้อเพลิงตึงตัว และดันราคาพลังงานขึ้นทำสถิติใหม่
แหล่งข่าว 4 รายเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า รัฐบาลจีนยังไม่อนุญาตให้โรงกลั่นรายใหญ่ส่งออกดีเซล เบนซิน และเชื้อเพลิงอากาศยานในเดือนต.ค. ไปยังตลาดอื่นนอกเหนือจากฮ่องกง และมาเก๊า โดยยังไม่ชัดเจนว่า จะกลับมาอนุญาตหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวในวันที่ 7 ต.ค.69 หรือไม่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับระดับสต๊อกเชื้อเพลิง และกำลังการกลั่นภายในประเทศ
ทั้งนี้ จีนเคยจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิงมาตั้งแต่เดือนมี.ค. หลังสงครามอิหร่านกระทบอุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ก่อนผ่อนคลายมาตรการในเดือนก.ค. และเปลี่ยนมาบริหารการส่งออกเป็นรายเดือน
มิคาล ไมดาน หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานจีนของ Oxford Institute for Energy Studies ระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า “ความมั่นคงด้านอุปทานภายในประเทศ” ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลจีน แม้โรงกลั่นต้องการใช้โอกาสจากส่วนต่างราคาส่งออกที่อยู่ในระดับสูง แต่ตราบใดที่สต๊อกในประเทศยังไม่เพียงพอ การส่งออกก็มีแนวโน้มถูกจำกัดต่อไป
การระงับส่งออกครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน เมื่อไม่นานมานี้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ผู้นำจีนช่วยรักษาเสถียรภาพของอุปทานเชื้อเพลิงโลก
คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ กล่าวว่า โลกกำลังสูญเสียอุปทานดีเซลส่งออกจากทั้ง “ตะวันออกกลาง และจีน” ขณะที่รัฐบาลวอชิงตัน คาดว่า ยุโรปจะประกาศมาตรการเกี่ยวกับอุปทานดีเซลเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
รัฐบาลทรัมป์จึงเรียกร้องให้เยอรมนี และฝรั่งเศส “ระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉิน” เพื่อช่วยบรรเทาราคาที่อยู่ในระดับสูง มิฉะนั้นจะเจอกับมาตรการห้ามส่งออกดีเซลจากสหรัฐ
ข้อมูลวิเคราะห์ของซาเมียร์ ยูซอฟ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของ Kpler ระบุว่า สต๊อกก๊าซออยล์ (ดีเซลสำหรับยานยนต์) และดีเซลเชิงพาณิชย์ของจีน ยังคง “ต่ำกว่าระดับก่อนสงครามราว 20 ล้านบาร์เรล” ขณะที่สต๊อกเบนซิน “ต่ำกว่าราว 9 ล้านบาร์เรล” ทำให้การพักส่งออกในเดือนต.ค.เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้ว
ความเคลื่อนไหวของจีน ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดโลก ซึ่งกำลังสูญเสียอุปทานจากสงครามอิหร่าน และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโรงกลั่นรัสเซีย โดยส่วนต่างราคาดีเซลเอเชียสำหรับเดือนต.ค.-พ.ย. พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังตลาดประเมินว่าอุปทานส่งออกจากจีนจะหายไปจากตลาด
ในเดือนก.ย. จีนส่งออกดีเซลประมาณ 1.4 ล้านตัน เบนซิน 500,000 ตัน และเชื้อเพลิงอากาศยานอย่างน้อย 2 ล้านตัน โดยมีสิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย เวียดนาม บังกลาเทศ และฟิลิปปินส์ เป็นตลาดสำคัญ
ยูซอฟ มองว่า โรงกลั่นเกาหลีใต้อาจเข้ามาชดเชยอุปทานบางส่วนได้ แต่ปริมาณขายในตลาดสปอตมีจำกัด เนื่องจากต้องกันเชื้อเพลิงไว้ส่งมอบตามสัญญาระยะยาว ทำให้ตลาดเชื้อเพลิงเอเชียยังมีแนวโน้มเผชิญภาวะตึงตัว หากจีนยังไม่กลับมาเปิดทางส่งออกหลังวันหยุดยาว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์




