วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบขึ้นต่อ สหรัฐอาจส่งเรือรบไปอ่าวเปอร์เซียเพิ่ม 

ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นต่อ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเสี่ยงทวีความรุนแรง มีรายงานข่าวว่า สหรัฐอาจจะส่งกองเรือรบและทหารนับหมื่นเพิ่มเติมไปที่อ่าวเปอร์เซีย 

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สาม หลังมีสัญญาณว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของการขนส่งพลังงานจากภูมิภาคดังกล่าว

 

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือ WTI ปรับขึ้นเหนือระดับ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช้าวันศุกร์ (2 ต.ค. 69) หลังจากเพิ่มขึ้นเกือบ 3% ในการซื้อขายรอบก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 4.4% ปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีใกล้ระดับ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีชุดที่สามพร้อมกำลังพลจากกองทัพเรือและนาวิกโยธินอีก 10,000 นายไปยังอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจะเพิ่มทางเลือกให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หากเขาตัดสินใจยกระดับการโจมตีอิหร่าน

วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอสธีโอดอร์ รูสเวลต์ ได้ออกจากซานดิเอโกเมื่อวันอาทิตย์ตามกำหนดการปฏิบัติการ ขณะเดียวกัน ยูเอสเอสจอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช และยูเอสเอสจอร์จ วอชิงตัน กำลังปฏิบัติภารกิจประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง

 

การส่งกำลังเพิ่มเติมครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าสหรัฐกำลังเตรียมพร้อมที่จะยกระดับสงครามกับอิหร่าน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่สหรัฐให้ข้อมูลกับวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ บอกกับที่ปรึกษาว่า เขาคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

ความตึงเครียดครั้งใหม่เกิดขึ้นในช่วงที่ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทระบุเมื่อต้นสัปดาห์ว่า ปริมาณการขนส่งจากภูมิภาคกำลังเข้าใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม แม้ว่าอุปทานเชื้อเพลิงจะยังฟื้นตัวได้ไม่มากเท่ากัน

ดูเหมือนว่าอิหร่านจะไม่ได้บรรทุกน้ำมันดิบขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันเลยในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดว่าการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐกำลังตัดช่องทางการเข้าถึงตลาดพลังงานของสาธารณรัฐอิสลาม

 

สัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าปรับตัวผันผวนอย่างมากในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนประเมินทั้งการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางและความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะยกระดับขึ้น ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงสูงขึ้น 70% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่แปด และยังมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในการหาทางออกทางการทูต

นักวิเคราะห์จาก ANZ Group Holdings Ltd. คือ ไบรอัน มาร์ติน และแดเนียล ไฮน์ส ระบุในบันทึกว่า “ตลาดน้ำมันมีความอ่อนไหวสูงต่อการปรับขึ้นของราคารอบใหม่ เนื่องจากสต็อกน้ำมันอยู่ในระดับต่ำหลังจากถูกระบายต่อเนื่องนานหกเดือน นักลงทุนกังวลมากขึ้นว่าอิหร่านอาจตอบโต้การเสริมกำลังทางทหารด้วยการโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค”

 

ยิ่งไปกว่านั้น สำนักงานการปฏิบัติการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UK Maritime Trade Operations) ระบุว่า ได้รับรายงานว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังไม่ชัดเจนถึงขอบเขตความเสียหายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิง รัฐบาลทรัมป์กำลังกดดันให้สหภาพยุโรประบายสต็อกน้ำมันดีเซลออกสู่ตลาด และช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้สหรัฐฯ ต้องออกมาตรการจำกัดการส่งออก ตามข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทั้งนี้ สตีฟ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้พันธมิตรยุโรปช่วยบรรเทาวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันดีเซลทั่วโลก

 

  • อัปเดตราคาเช้าวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 69

 

- WTI สัญญาส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 0.3% อยู่ที่ 93.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 06:02 น. ตามเวลาสิงคโปร์

- เบรนท์ สัญญาส่งมอบเดือนธันวาคม พุ่งขึ้น 4.4% ปิดที่ 102.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันพฤหัสบดี