ราคาดีเซลสหรัฐพุ่งทุบสถิติ! รัฐบาลทรัมป์กดดันเยอรมนี-ฝรั่งเศส เร่งระบายดีเซลสำรอง หวังให้ EU ปล่อยรวม 120 ล้านบาร์เรลใน 6 เดือน พร้อมขู่ ‘แบนส่งออกดีเซล’ หากยุโรปไม่ขยับ ท่ามกลางวิกฤติพลังงานโลกที่ตึงตัวหนัก
ท่ามกลางราคาดีเซลในสหรัฐที่พุ่ง “ทำสถิติสูงสุด” เป็นประวัติการณ์ รัฐบาลทรัมป์เริ่ม “กดดันหนัก” ไปยังเยอรมนีและฝรั่งเศส ให้ “เร่งระบายน้ำมันดีเซลออกจากคลังสำรองฉุกเฉิน” หวังเพิ่มอุปทานและฉุดราคาพลังงานโลกลง พร้อมยื่นคำขาดว่า หากยุโรปไม่ขยับ สหรัฐอาจงัดมาตรการ “แบนส่งออกดีเซล” มาใช้ สะท้อนแรงกดดันที่ทวีความร้อนแรงขึ้น ขณะที่ทำเนียบขาวเร่งหาทางกดราคาน้ำมันในประเทศ ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพ.ย.
แหล่งข่าวในยุโรประบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า สหรัฐเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ระบายน้ำมันดีเซลสำรองรวม 120 ล้านบาร์เรลภายในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ยุโรปกำลังเผชิญโจทย์ยาก เพราะต้องเลือกระหว่างการนำสต็อกออกมาช่วยลดราคาพลังงานในระยะสั้น กับการรักษาปริมาณสำรองไว้รับมือ หากวิกฤติพลังงานรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหากสหรัฐและอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้
คณะทำงานด้านพลังงานของ EU ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ เตรียมหารือสถานการณ์ในวันศุกร์ หลังเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมาธิการยุโรป เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ และไอร์แลนด์ หารือกันไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีถึงความเป็นไปได้ในการระบายสต็อกดีเซล
ฝั่งวอชิงตันแสดงความไม่พอใจต่อเยอรมนีและฝรั่งเศสเป็นพิเศษ โดยมองว่าทั้งสองประเทศยังดำเนินการไม่เต็มที่ตามคำมั่นก่อนหน้านี้ในการระบายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำรอง ขณะที่สหรัฐระบุว่าได้ดำเนินการตามข้อตกลงของสมาชิกสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ด้วยการปล่อยน้ำมันสำรองแล้ว 172 ล้านบาร์เรล
“อเมริกากำลังทำในส่วนของตัวเอง” สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุผ่าน X พร้อมเสริมว่า “เราคาดหวังให้พันธมิตรของเราเปลี่ยนคำมั่นให้เป็น ‘การลงมือทำ’ เช่นกัน”
แรงกดดันดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเชื้อเพลิงโลกเผชิญภาวะตึงตัวจากหลายด้าน ทั้งสงครามอิหร่านที่กระทบแหล่งพลังงานสำคัญของโลก รัสเซียที่ขยายมาตรการห้ามส่งออกดีเซลจนถึงสิ้นเดือน ต.ค. หลังโรงกลั่นหลายแห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีของยูเครน รวมถึงโรงกลั่นจีนที่ระงับการส่งออกเชื้อเพลิงในเดือน ต.ค.เพื่อเพิ่มสต็อกภายในประเทศ
สถานการณ์ยิ่งสร้างแรงกดดันต่อยุโรป ซึ่งพึ่งพาเชื้อเพลิงจากสหรัฐมากขึ้น หลัง EU ห้ามนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบอุปทานจากภูมิภาคดังกล่าว
คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับช่อง Fox News เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขา “มั่นใจอย่างมาก” ว่า ยุโรปสามารถช่วยบรรเทาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ด้วยการระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉิน
“นี่คือช่วงเวลาที่ควรประสานงานกันเพื่อระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรอง ในขณะที่เรากำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวและฤดูที่ความต้องการน้ำมันทำความร้อนเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว” ไรต์กล่าว พร้อมเสริมว่า “ตอนนี้คือเวลาที่ต้องนำน้ำมันดีเซลออกสู่ตลาดมากขึ้น และเรามีน้ำมันดีเซลพร้อมอยู่แล้ว ผมคิดว่าเรากำลังจะได้รับข่าวดีบางอย่าง”
ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เตรียมเรียกประชุมผู้นำกลุ่ม G7 ผ่านวิดีโอ เพื่อหารือราคาพลังงานที่พุ่งสูงและปริมาณผลิตภัณฑ์น้ำมันในตลาดโลก รวมถึงความเป็นไปได้ในการประสานการระบายน้ำมันสำรองร่วมกับสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)
อ้างอิง: reuters





