วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ทูตรัสเซีย’ ถอดรหัสการค้า ‘ไทย’ ชูนิวเคลียร์ SMR ทางเลือกใหม่พลังงาน

'เยฟกินี โทมิคิน' เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ถอดรหัสการค้า 'ไทย-รัสเซีย' ดันเป้าหมายหมื่นล้าน จุดท้าทายสำคัญ ‘การชำระเงินข้ามพรมแดน’ พร้อมชู SMR ขนาดเล็ก ทางเลือกใหม่พลังงาน

ความสัมพันธ์ทวิภาคี ระหว่างประเทศไทย และสหพันธรัฐรัสเซีย กำลังก้าวเข้าสู่หมุดหมายสำคัญในหลายอุตสาหกรรม จากการเดินทางเยือนและการหารือระดับสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนถึงสัญญาณเชิงบวกในการยกระดับความร่วมมือรอบด้าน ทั้งในระดับรัฐบาล ภาคธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมมุ่งสู่การเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 130 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซียในปีหน้า

นาย “เยฟกินี โทมิคิน” (Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เปิดเผยในการพบปะสื่อมวลชนที่กรุงเทพฯ ว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทย-รัสเซีย ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.- ก.ค.อยู่ที่ 1.35 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% และคาดว่าตลอดทั้งปีนี้จะทะยานเกิน 2 พันล้านดอลลาร์

หากพิจารณาจากขนาดเศรษฐกิจ ฝ่ายรัสเซียมองว่าตัวเลขดังกล่าวยัง “ห่างไกลจากศักยภาพที่แท้จริงอย่างมาก” เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการค้าระหว่างไทย-จีน หรือไทย-สหรัฐที่สูงระดับเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือการค้าระหว่างรัสเซีย-จีน ที่สูงถึง 240,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ ฝั่งรัสเซียมีความพร้อมในการส่งออกสินค้าพลังงาน ปุ๋ย เวชภัณฑ์ เภสัชกรรม รวมทั้งสินค้าปศุสัตว์และอาหารสด ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อไก่งวง ผลิตภัณฑ์นม และธัญพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการส่งออกอาหารสำเร็จรูป ผัก ผลไม้สด อาหารทะเล และสินค้าอุตสาหกรรม

‘ชำระเงินข้ามพรมแดน’ ข้อจำกัดการค้า

หัวใจสำคัญที่เป็นความท้าทายของการเติบโตทางการค้าคือ ปัญหา “การชำระเงินข้ามพรมแดน” ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่มีมากกว่า 32,000 รายการ ส่งผลกระทบไปถึงการขนส่งสินค้าพลเรือน เช่น ธัญพืชและอาหารในเขตทะเลเปิด

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียมองว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขและหลีกเลี่ยงได้ด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางการเงินสมัยใหม่ โดยเฉพาะสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันธนาคารในรัสเซียได้เปิดระบบให้ประชาชนสามารถเปิดบัญชี “รูเบิลดิจิทัล” ได้แล้ว

 “การชำระเงินข้ามแดนคืออุปสรรคที่ถูกสร้างขึ้นจริง แต่มันสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะนี้ในรัสเซียการพูดคุยเรื่องสกุลเงินดิจิทัลได้รับความนิยมและเป็นเทรนด์อย่างมาก”

นอกจากนี้ นายเยฟกินี ยังมองว่าการแลกเปลี่ยนระหว่างธนาคารกลางและกระทรวงที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างกลไกทางการเงินข้ามพรมแดนที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อในอนาคต

SMR ทางเลือกใหม่ ‘ความมั่นคงพลังงาน’

ทูตเยฟกินีชี้ให้เห็นถึง “จุดแข็ง” ทางเทคโนโลยีของรัสเซียอย่างเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งกำลังกลายเป็นวาระเร่งด่วนเมื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการตั้งศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ส่งผลให้ความต้องการพลังงานไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล

ท่านทูตได้อ้างอิงคำกล่าวของประธานาธิบดี "วลาดิมีร์ ปูติน" เกี่ยวกับความพร้อมของ SMR รัสเซียไว้ว่าในตอนนี้มีเพียงรัสเซียเท่านั้นที่มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กที่เปิดใช้งานจริงแล้ว ขณะที่ประเทศอื่นยังอยู่ในระดับแนวคิด เอกสาร หรือข้อเสนอ

เทคโนโลยี SMR ของรัสเซียพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ที่ผลิตขึ้นสำหรับเรือตัดน้ำแข็ง และรัสเซียยังเป็นประเทศเดียวในโลกที่มี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบลอยน้ำที่เปิดใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ และกำลังก่อสร้างเพิ่มอีก 2–3 แห่ง ข้อได้เปรียบสำคัญของ SMR คือใช้เวลาก่อสร้างรวดเร็วกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลานาน 5–7 ปี อีกทั้งยังยืดหยุ่นและมีต้นทุนถูกกว่า

ขณะเดียวกันในบริบทของ “อาเซียน” ประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและประชากรสูง เช่น เวียดนามที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน อินโดนีเซียที่มีประชากรมากกว่า 200 ล้านคน และเมียนมาต่างเริ่มลงนามหรือพิจารณาความร่วมมือด้านนิวเคลียร์กับ Rosatom รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานปรมาณูและนิวเคลียร์แห่งชาติของรัสเซีย และเป็นบริษัทก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ท่านทูตได้ยกตัวอย่างว่า หากไทยต้องการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การติดตั้ง SMR เพียง 1–2 เครื่อง หรือการนำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบลอยน้ำเข้าเทียบท่า จะสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้ามหาศาลได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ดี Rosatom ได้เสนอแนวทางความร่วมมือทางเทคโนโลยีทวิภาคีให้ฝ่ายไทยแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเชิงนโยบายของไทย เนื่องด้วยปัจจุบันไทยต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแอลเอ็นจีสูงถึงเกือบ 90% การพิจารณา SMR ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ปลอดภัย และมีเสถียรภาพในระยะยาว เทียบกับรัสเซียที่ผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ถึง 20% จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

คาดท่องเที่ยว ‘ไทย-รัสเซีย’ ยังโตแรง

ส่วนในด้าน “การท่องเที่ยว” นั้น ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย โดยในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาไทยเกือบ 1.9 ล้านคน สำหรับปีนี้ ตัวเลขสะสมจนถึงปัจจุบันพุ่งสูงเกิน 1.2 ล้านคน แล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นหลังเดือนต.ค.

ปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวรัสเซีย คือ ราคาที่สมเหตุสมผล คุณภาพการบริการ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย นอกเหนือจากสภาพอากาศแล้ว อาหาร ความบันเทิง และความเข้าใจในกฎระเบียบการเข้าเมืองที่ชัดเจนและเป็นธรรม มีผลอย่างมากต่อการเดินทางมาเยือน

แม้ว่า “เวียดนาม” เริ่มกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวรัสเซีย เนื่องจากมีเที่ยวบินตรงให้บริการหลากหลาย แต่ท่านทูตชี้ว่านักท่องเที่ยวจะเปรียบเทียบตัวเลือกโดยดูจากราคา ความสะดวก ความปลอดภัย และการบริการของแต่ละประเทศเป็นหลัก

การแลกเปลี่ยนความเห็นในครั้งนี้ปิดท้ายด้วยวาระสำคัญทางการเงินระดับโลก นั่นคือการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ในช่วงวันที่ 12–18 ตุลาคม 2026 โดยคาดว่าจะมียอดผู้เข้าร่วมประชุมระดับสูงกว่า 10,000 คน จาก 190 ประเทศทั่วโลก

ฝ่ายรัสเซียเตรียมส่งคณะผู้แทนระดับสูง นำโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุม ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางทางการเงินและการค้าของภูมิภาคแล้ว ยังเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการจัดหารือทวิภาคีระดับสูง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้า ปรับปรุงระบบการชำระเงินข้ามแดน และผลักดันนวัตกรรมพลังงาน SMR ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นก้าวสำคัญสู่วาระครบรอบ 130 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต “ไทย-รัสเซีย” ในปีหน้า

“หัวใจสำคัญในตอนนี้คือการพัฒนาความร่วมมือทวิภาคี และหลีกเลี่ยงปัญหาและอุปสรรคที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยคนจากอีกฟากหนึ่งของโลกและยุโรป”