วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2569

Login
Login

มาเลเซียชูจุดแข็ง “มุสลิมเฟรนด์ลี” ต่อยอดเศรษฐกิจฮาลาลสู่การท่องเที่ยว

งาน Malaysia International Halal Showcase: MIHAS 2026 งานแสดงสินค้าฮาลาลใหญ่ที่สุดในโลก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อสัปดาห์ก่อน หากวัดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 6.78 พันล้านริงกิต (ราว 5.57 หมื่นล้านบาท) ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่เกินกว่ายอดขายคือการต่อยอดไปถึงการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม ที่มาเลเซียเป็นผู้นำในด้านนี้

KEY POINTS

  • มาเลเซียชูจุดแข็งระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม ซึ่งถูกผนวกเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น การมีห้องละหมาดและสายฉีดชำระในที่สาธารณะ  อำนวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยว
  • ศูนย์ท่องเที่ยวอิสลาม (ITC) มีบทบาทสำคัญในการสร้างมาตรฐานการรับรอง (MFAR) และพัฒนาบุคลากร เช่น มัคคุเทศก์ (MFTG) เพื่อยกระดับบริการและสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
  • มาเลเซียครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิมต่อเนื่อง 11 ปี และมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

งาน Malaysia International Halal Showcase: MIHAS 2026 งานแสดงสินค้าฮาลาลใหญ่ที่สุดในโลก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อสัปดาห์ก่อน หากวัดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 6.78 พันล้านริงกิต (ราว 5.57 หมื่นล้านบาท) ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่เกินกว่ายอดขายคือการต่อยอดไปถึงการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม ที่มาเลเซียเป็นผู้นำในด้านนี้ 

 โมฮัมหมัด ไฟซาล อบู ซัวอิบ ข่าน (Mohammad Faisal Abu Suaib Khan) ผู้อำนวยการใหญ่ ศูนย์ท่องเที่ยวอิสลาม (ไอทีซี) สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมของมาเลเซีย พูดคุยกับผู้สื่อข่าวนานาชาตินอกรอบงาน MIHAS เพื่อเปิดมุมมองว่า เศรษฐกิจฮาลาลเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ และบทบาทของไอทีซีอย่างไร 

  •  ระบบนิเวศเอื้อท่องเที่ยวมุสลิมเฟรนด์ลี 

ไฟซาล ข่าน กล่าวว่า มาเลเซียยังคงรักษาตำแหน่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมไว้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยเมื่อปีที่ผ่านมา มาเลเซียต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจำนวน 9.7 ล้านคน และคาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 15.2 ล้านคนภายในปี 2030

 เหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้มาเลเซียมีจุดแข็งในเรื่องนี้ คือระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมของมาเลเซียนั้นได้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมของประเทศในวงกว้าง

"ที่ผมใช้คำว่า 'ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่ง' ก็เพราะว่าหากคุณต้องการสร้างโรงพยาบาลหรือศูนย์การค้า สิ่งแรกที่จำเป็นต้องมีคือห้องน้ำต้องติดตั้งสายฉีดชำระ   ประการที่ 2 คือต้องมีห้องละหมาด เหล่านี้คือสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีปฏิบัติ" ผอ.ไอทีซีกล่าวและว่า ด้วยเหตุนี้ เมื่อพูดถึงความเป็นมิตรกับมุสลิม มาเลเซียจึงเป็นประเทศที่สะดวกสบายมาก ไปพักโรงแรมจะเห็นป้ายบอกทิศกิบละห์สำหรับการละหมาด  สิ่งเหล่านี้จึงถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดในการพัฒนาพื้นที่และอาคารสถานที่มาโดยตลอด ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศที่หล่อหลอมขึ้นจากวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนอยู่แล้ว

ความสะดวกดังกล่าวแม้เริ่มต้นขึ้นเพื่อรองรับชาวมาเลเซีย แต่ก็ได้ยกระดับมาตรฐานของประเทศ เมื่อนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเดินทางมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นที่สนามบิน จุดพักรถบนทางหลวง ห้างสรรพสินค้า อาคารสาธารณะ หรืออาคารอื่นๆ ย่อมสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่จำเป็นได้อย่างครอบคลุมทั่วทั้งภาคการท่องเที่ยว  ไม่ต้องพูดถึงอาหารฮาลาลที่มีบริการอย่างแพร่หลาย  มาเลเซียชูจุดแข็ง “มุสลิมเฟรนด์ลี” ต่อยอดเศรษฐกิจฮาลาลสู่การท่องเที่ยว

“ผมมักจะบอกกับใคร ๆ เสมอว่า ในมาเลเซียนั้นเรามีความพร้อมและก้าวล้ำในเรื่องฮาลาล เราโชคดีที่ได้เป็นผู้นำในด้านนี้ เรียกได้ว่าเราฮาลาลตั้งแต่หัวจรดเท้า" 

  •  อย่าสับสน‘การท่องเที่ยวฮาลาล’

ผอ.ไอทีซีกล่าวต่อไปว่า ฮาลาลกับบริการที่เป็นมิตรกับมุสลิมนั้นเป็นคนละอย่างกัน ผู้คนมักสับสนแล้วไปเรียกว่า “การท่องเที่ยวฮาลาล” คำว่า “ฮาลาล” ใช้กับสิ่งที่บริโภคหรือใช้กับร่างกาย ในภาคบริการอย่างการท่องเที่ยวต้องใช้คำว่า การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับมุสลิม ซึ่งไอทีซีมีบทบาทสำคัญในภาคส่วนนี้ตั้งแต่การวิจัย การฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรม การจัดทำแนวทางมาตรฐาน การสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาองค์ความรู้ ร่วมมือใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียฝ่ายต่าง ๆ เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความเข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมได้ดียิ่งขึ้น แล้วนำความต้องการเหล่านั้นไปพัฒนาเป็นบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงรวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ มาเลเซียชูจุดแข็ง “มุสลิมเฟรนด์ลี” ต่อยอดเศรษฐกิจฮาลาลสู่การท่องเที่ยว

  •  ธุรกิจสำเร็จจริง 

พูดเฉย ๆ อาจไม่เห็นภาพ ไฟซาล ข่านยกตัวอย่างประเทศฟิลิปปินส์ ที่เขาได้ไปเยือนเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ “Mega World Group” ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงแรม 12 แห่ง  ลงทุน 4 ล้านเปโซ (2.14 ล้านบาท) เพื่อปรับปรุงและยกระดับมาตรฐานการบริการให้ตอบโจทย์มุสลิมเฟรนด์ลี 

"ผลปรากฏว่าภายในเวลาเพียง 6 เดือน พวกเขาสามารถสร้างรายได้ได้ถึง 19 ล้านเปโซ (10.19 ล้านบาท)  แสดงให้เห็นว่านี่เป็นธุรกิจที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จครับ" ไฟซาล ข่าน กล่าวพร้อมย้ำว่า นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนคนศาสนาอื่นให้มาเป็นมุสลิม แต่เป็นตัวแบบธุรกิจที่ดี เพราะสำหรับชาวมุสลิมในตะวันออกกลางแล้ว เมื่อต้องการเดินทางไปต่างประเทศ จุดหมายแรกที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือเมืองมักกะฮ์เพื่อประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์ ตามด้วยเมืองมะดีนะฮ์ อันดับสามคือปาเลสไตน์ ที่ตั้งมัสยิดอัลอักซอ ส่วนปลายทางที่ 4 คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีประชากรมุสลิมสูงถึง 270 ล้านคน  มาเลเซียชูจุดแข็ง “มุสลิมเฟรนด์ลี” ต่อยอดเศรษฐกิจฮาลาลสู่การท่องเที่ยว

"เมื่อตะวันออกกลางเกิดวิกฤติ ชาวมุสลิมที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวก็ยังคงมีความต้องการอยู่ พวกเขาจึงมองหาตลาดทางเลือกอื่น นี่คือเหตุผลที่ความต้องการในตลาดที่รองรับวิถีชีวิตชาวมุสลิม กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว" คนที่อยากเที่ยวก็ยังอยากเที่ยวเหมือนเดิม พวกเขาจัดสรรงบประมาณและกำหนดวันเดินทางไว้แล้ว 

“ เมื่อตะวันออกกลางไม่พร้อม ประเทศอื่นที่ตอบสนองความต้องการเขาก็ไปใช้จ่ายเงินในประเทศนั้น” ไฟซาล ข่าน สรุป 

  •   ไอทีซีออกมาตรฐาน MFAR

ไอทีซีได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในมาเลเซีย อาทิ กรมพัฒนาอิสลามแห่งมาเลเซีย (JAKIM) หน่วยงานด้านมาตรฐาน ตลอดจนนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติ และกรอบการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมอย่างเป็นระบบ โดยหนึ่งในผลลัพธ์สำคัญจากความร่วมมือดังกล่าว คือ MFAR (Muslim-friendly Assurance and Recognition) ซึ่งเป็นกรอบการรับรองและการให้การยอมรับสำหรับธุรกิจและบริการด้านการท่องเที่ยวที่มุ่งตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม

MFAR ได้รับการออกแบบให้เป็นกรอบแนวทางที่ชัดเจนและเป็นระบบสำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและการบริการ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมิน พัฒนา และยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการและหลักการที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวมุสลิม อันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม และส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีความครอบคลุมและเป็นมิตรต่อผู้เดินทางจากหลากหลายพื้นฐานทางวัฒนธรรมและศาสนา

  •  ‘มัคคุเทศก์’บทบาทสำคัญ

ไม่เพียงเท่านั้นไอทีซียังพัฒนาและฝึกอบรมมัคคุเทศก์ที่เข้าใจวิถีปฏิบัติของชาวมุสลิมด้วย ผอ.ไอทีซีกล่าวว่า มัคคุเทศก์นั้นมีความสำคัญมาก เพราะแม้ท่องเที่ยวชาวมุสลิมก็ยังมีรายละเอียดเฉพาะบางอย่างที่ต้องคำนึงถึง การละหมาดนั้นจะขาดไม่ได้เลย ซึ่งไอทีซีได้พัฒนา MFTG (Muslim-Friendly Tour Guide) ขึ้นมา  มุ่งเน้นไปที่บทบาทของมัคคุเทศก์ในการให้บริการที่เหมาะสมและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม 

  •  ความสำคัญของเศรษฐกิจฮาลาล 

ก่อนจากกัน ผอ.ไอทีซีย้อนกลับมาพูดถึงงาน MIHAS อีกครั้ง อันเป็นที่มาที่ทำให้ผู้สื่อข่าวนานาชาติมารวมตัวกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ 

 "ผมอยากให้ทุกท่านมองให้ไกลกว่าแค่งาน MIHAS  เพราะเศรษฐกิจฮาลาลและการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมนั้นมีความเชื่อมโยงกันการท่องเที่ยวนั้นเกี่ยวเนื่องกับทั้งเรื่องอาหาร การบริการ การค้าปลีกแฟชั่นที่สุภาพเรียบร้อยตามหลักศาสนา (Modest Fashion) สุขภาวะ การดูแลสุขภาพ การเงินการคมนาคมขนส่ง และบริการด้านอื่นๆ เมื่อภาคส่วนเหล่านี้เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม พวกเขาก็จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อน ระบบนิเวศฮาลาลในภาพรวมให้เติบโตยิ่งขึ้น" ผอ.ไอทีซีกล่าวทิ้งท้าย