เบื้องหลังเตรียมงานประชุม IMF-World Bank 2026 งานเนี้ยบ ‘เกรด A’ เสิร์ฟความเป็น 'ไทย' สู่สายตาโลก พร้อมคว้าโอกาสทองชูบทบาทประเทศเศรษฐกิจขนาดกลางดึงเม็ดเงิน-การลงทุนสู่ไทย
KEY POINTS
- ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ต้อนรับผู้นำและผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน
- มาตรฐาน 'เกรด A' ทุกดีเทล ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงการคลังและ ธปท. ต้องปฏิบัติตามคู่มือมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกที่เข้มงวด
- ซอฟต์พาวเวอร์ไทยในทุกอณู บูรณาการความเป็นไทยอย่างแนบเนียน เช่น การใช้ผ้าทอชุมชนทำแผ่นซับเสียงพร้อมเล่าเรื่องราว, โซนสินค้าโครงการหลวง และบริการนวดไทย เพื่อสร้างความประทับใจและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
เมื่อพูดถึงมหกรรมระดับโลกที่จะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยในปี พ.ศ. 2569 นี้ “ประเทศไทย”กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางความสนใจของชาวโลกอีกครั้ง ในฐานะเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ MF-World Bank Annual Meetings 2026 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เบื้องหลังงานใหญ่ที่หลายคนมองเห็นเพียงความยิ่งใหญ่หรูหรา แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยเรื่องราว และดีเทลที่ละเอียดอ่อนระดับ "เกรด A" ของทีมงานไทย ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องผนึกกำลังกันเตรียมความพร้อมต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจ ซีอีโอสถาบันการเงินระดับโลก และผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คน ที่แห่แหนกันมาเยือนประเทศไทยอย่างล้นหลาม
จัดประชุมมาตรฐาน 'เกรด A' ลงดีเทลทุกจุด
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ฉายภาพเบื้องหลังความพร้อมว่า องค์กรระดับโลกอย่าง IMF และ World Bank มีระเบียบปฏิบัติและมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดและละเอียดถี่ถ้วนอย่างคาดไม่ถึง
ตั้งแต่มาตรการในศูนย์ประชุม เช่น ตำแหน่งการวางปลั๊กไฟบนโต๊ะประชุม การควบคุมการระบายอากาศ ขนาดของห้อง ไปจนถึงถังขยะและระบบบริหารจัดการที่ต้องตรงตามคู่มือหนาหลายร้อยหน้า
นอกจากนี้ ในด้านการรักษาความปลอดภัยและการเดินทาง ทีมงานต้องทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงเพื่อเตรียมแผนรับมืออย่างรัดกุม มีการจัดเตรียมรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 200 คัน พร้อมระบบสถานีชาร์จที่สร้างขึ้นมารองรับโดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละประเทศภายใต้มาตรฐานสากลที่โปร่งใสและเท่าเทียมกัน
เมื่อพูดถึงการจราจรในย่านเมืองที่มีความหนาแน่น จึงเป็นที่มาให้มติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร
เสิร์ฟ ‘ความเป็นไทย’ ในทุกอณู ดึงเม็ดเงินสะพัดท้องถิ่น
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สัมผัสกลิ่นอาย "ความเป็นไทย" ทีมงานจึงได้บูรณาการ "ภูมิปัญญาไทย" เข้าไปในรายละเอียดของการจัดงาน
เริ่มตั้งแต่การใช้ผ้าทอจากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศมาตกแต่งเป็นแผ่นซับเสียงในห้องประชุมพร้อมเรื่องราวความเป็นมา การจัดโซนแสดงสินค้าชุมชนและโครงการหลวง รวมถึงบริการนวดไทยเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้กับแขกบ้านแขกเมือง
ในแง่ของ "เศรษฐกิจมหภาค" เม็ดเงินมหาศาลจากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประชุมจะกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในประเทศ ทั้งภาคการก่อสร้าง การบริการ โรงแรมกว่า 21 แห่ง และธุรกิจท่องเที่ยวรอบรัศมีใจกลางเมือง ตั้งแต่ย่านปทุมวัน สีลม ไปจนถึงทองหล่อ
คว้าโอกาสทองสร้าง Air Time และชูบทบาท Middle Power
การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องหน้าตาของประเทศ แต่คือโอกาสทองในการสร้าง Air Time หรือพื้นที่สื่อสารบนเวทีโลก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโฆษณา เนื่องจากสำนักข่าวระดับโลกจะพากันจับตามาที่กรุงเทพฯ ตลอดช่วงสัปดาห์การประชุมในฐานะตัวแทนของ “ประเทศเศรษฐกิจเปิดขนาดกลาง”
วินิจทิ้งท้ายว่า ไทยได้ใช้โอกาสนี้ผลักดันและนำเสนอประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับบริบทโลกและความต้องการของประเทศกำลังพัฒนา ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
- Digital Public Infrastructure คือการเล่าถึงชูความสำเร็จของระบบพร้อมเพย์และระบบชำระเงินดิจิทัลไร้รอยต่อของไทย ที่กลายเป็นต้นแบบระดับสากล
- Climate Resilience จุดประกายการขับเคลื่อนนโยบายการคลังและเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อรับมือกับ "วิกฤติโลกร้อน"
- Creating Jobs & Empowering People การให้ความสำคัญกับการสร้างงานและการรับมือกับความท้าทายจากกระแสเทคโนโลยี AI
- Aging Society การเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุและประชากรที่มีอายุยืนยาวขึ้น
การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 จึงเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญถึงศักยภาพของประเทศไทย และเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของคนไทยทุกคนในการทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความประทับใจที่ไม่รู้ลืมแก่สายตาชาวโลก





