จีนเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ย. ขยายตัว 50.1 สอดคล้องคาดการณ์ หลังรัฐเร่งอัดฉีดมาตรการพยุงเศรษฐกิจ สะท้อนโรงงานจีนกลับมาโตครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
กิจกรรมภาคการผลิตของจีนพลิกฟื้นกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในเดือนกันยายน หลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจซบเซาอย่างต่อเนื่องได้ผลักดันให้ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพยุงการเติบโต
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนที่เปิดเผยเมื่อวันพุธระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.1 จากเดิม 49.8 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ในโพลของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าจะมีการขยายตัวเล็กน้อยที่ระดับ 50.1
ผู้ผลิตในประเทศได้รับอานิสงส์จากกระแสบูมของฮาร์ดแวร์ AI ในขณะที่อุปสงค์ของผู้บริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอยังคงเป็นความกังวลครั้งใหญ่ ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากผลพวงของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเข้ามาบั่นทอนอัตรากำไรของผู้ประกอบการ
แม้การส่งออกจะเป็นหนึ่งในไม่กี่เครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในปีนี้ แต่เครื่องยนต์ตัวนี้ก็เริ่มแสดงสัญญาณความตึงเครียดเช่นกัน เนื่องจากประเทศคู่ค้าเริ่มแสดงความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกินของจีนและการพึ่งพาอุปสงค์จากต่างประเทศมากจนเกินไป ในขณะที่การบริโภคภายในประเทศยังคงซบเซา
กูรูเตือนมาตรการรัฐอาจยังไม่พอแก้ปัญหาจริง
บรรดาผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการเงินระดับสูงของจีนได้เปิดเผยมาตรการทางการคลังและการเงินแบบเจาะจงเป้าหมายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมและเพิ่มการปล่อยสินเชื่อของธนาคารกลาง
นอกจากนี้จีนเรียกร้องให้มีการสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อต้านวัฏจักรเศรษฐกิจ ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อรักษาเป้าหมายการเติบโตตลอดทั้งปีให้ดำเนินไปตามแผน
อย่างไรก็ตาม ทีมเศรษฐศาสตร์จากโนมูระระบุในบทวิเคราะห์ว่า "มาตรการสนับสนุนรอบใหม่นี้ยังไม่เพียงพอที่จะพยุงการเติบโต" พร้อมเสริมว่ามาตรการเหล่านี้มีขนาดเล็กเกินกว่าจะแก้ไขอุปสรรคที่แท้จริงของการเติบโตได้
ด้านนักเศรษฐศาสตร์จากโกลด์แมน ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า "มาตรการเหล่านี้มีความสำคัญในฐานะสัญญาณเชิงนโยบายมากกว่าที่จะเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตในระยะสั้น" โดยระบุว่าการผ่อนคลายสินเชื่อแบบเจาะจงเป้าหมายมุ่งเน้นไปที่ฝั่งอุปทานเป็นหลัก และมาตรการนี้จะแปลเปลี่ยนเป็นการลงทุนและการเติบโตในวงกว้างได้มากน้อยเพียงใดนั้น จะขึ้นอยู่กับวิธีการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง
โกลด์แมน ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการเงินอุดหนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ประกาศออกมาเมื่อวันอังคาร ถือเป็นการสนับสนุนอุปสงค์ด้านที่อยู่อาศัยโดยตรง และอาจช่วยกระตุ้นยอดขายบ้านในระยะ 1 ปีข้างหน้านี้ แต่อาจส่งผลให้เกิดการดึงอุปสงค์การซื้อบ้านหลังแรกในอนาคตให้เร็วยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน





