วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

ศึกอีวีบีบ ‘ค่ายรถจีน’ ปรับใหญ่ FAW - GAC รวมทรัพยากรหนุนสร้างกำไร

อุตสาหกรรมรถยนต์จีนเข้าสู่โหมด “รื้อโครงสร้าง” หลังสงครามราคา-ศึกอีวี กดดันค่ายรถรัฐวิสาหกิจเร่งรวมทรัพยากร ลดการแข่งซ้ำซ้อน ล่าสุด FAW จ่อขึ้นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ GAC ที่กำลังขาดทุนหนักพร้อมดึงธุรกิจ “โตโยต้า” เสริมแกร่งฐานกำไร

KEY POINTS

  • FAW และ GAC สองค่ายรถยนต์รัฐวิสาหกิจจีน ประกาศปรับโครงสร้างและรวมทรัพยากร เพื่อรับมือการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสงครามราคา
  • GAC ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก จะเข้าซื้อหุ้น 50% ในบริษัทร่วมทุน FAW Toyota ที่ยังคงทำกำไรได้ดี เพื่อช่วยพยุงผลประกอบการของบริษัท
  • ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการลงทุนซ้ำซ้อน และสร้างเสถียรภาพทางกำไร โดย FAW จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของ GAC

เว็บไซต์นิกเกอิเอเชียรายงานว่า “อุตสาหกรรมรถยนต์จีน” กำลังเข้าสู่การปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ หลังการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และสงครามราคาที่ยืดเยื้อสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมาก โดยเฉพาะค่ายรถยนต์รัฐวิสาหกิจที่ปรับตัวเข้าสู่ตลาดอีวีได้ช้ากว่าผู้ผลิตรายใหม่

ล่าสุด “บริษัท กว่างโจว ออโตโมบิล กรุ๊ป” (GAC) บริษัทแม่ของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า Aion ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัท First Automotive Works Group (FAW) เปิดทางให้ FAW ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ GAC 

ขณะที่บริษัท GAC จะเข้าซื้อหุ้น 50% ที่ FAW ถืออยู่ในบริษัทร่วมทุนกับบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ (FAW Toyota) โดยทั้งสองบริษัทระบุว่า ดีลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรวมทรัพยากรในอุตสาหกรรมรถยนต์เข้าด้วยกัน

ทั้ง FAW และ GAC ต่างเป็นรัฐวิสาหกิจผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน แต่มีโครงสร้างการถือครองต่างกัน โดย FAW เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้รัฐบาลกลาง ขณะที่ GAC อยู่ภายใต้รัฐบาลเมืองกว่างโจว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงที่ GAC กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงินอย่างหนัก โดยช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทขาดทุนสุทธิ 4.46 พันล้านหยวน (กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นเป็นเกือบสองเท่าจากผลขาดทุน 2.53 พันล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดึงบริษัทร่วมทุน ‘โตโยต้า’ เสริมแกร่ง

หนึ่งในความตกลงสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือ ธุรกิจร่วมทุนกับ “โตโยต้า” ซึ่งยังสามารถทำกำไรได้ แม้ธุรกิจหลักของ GAC กำลังเผชิญผลขาดทุนก็ตาม โดยปัจจุบัน โตโยต้ามีการร่วมทุนกับทั้งสองบริษัทผ่านทาง FAW Toyota และ GAC Toyota Motor

ภายใต้ข้อตกลงครั้งนี้ GAC จะเข้าซื้อหุ้น 50% ใน FAW Toyota ขณะที่ โตโยต้าจะยังคงถือหุ้นของตัวเองต่อไป

FAW Toyota ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิมากกว่า 4 พันล้านหยวนต่อปีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และทำกำไรมากกว่า 1 พันล้านหยวนช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้

GAC ระบุว่า การเข้าถือหุ้น 50% ใน FAW Toyota จะช่วยเพิ่มรายได้จากการลงทุนและปรับปรุงกำไรสุทธิของบริษัทโดยตรง รวมทั้งช่วยให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด

แม้ยังไม่มีการประกาศว่า จะมีการควบรวมกันของบริษัทร่วมทุนทั้งสองแห่งนี้หรือไม่ แต่ GAC ระบุว่า ธุรกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความร่วมมือระหว่างกิจการร่วมทุนทั้งสอง ลดลงทุนซ้ำซ้อนภายใต้แบรนด์เดียวกัน และสร้างเสถียรภาพให้กับฐานกำไรของธุรกิจร่วมทุน

ค่ายรัฐวิสาหกิจเจอศึกหนักอีวี

การปรับโครงสร้างระหว่าง FAW และ GAC ยังสะท้อนแรงกดดันที่กำลังเกิดขึ้นกับผู้ผลิตรถยนต์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งในอดีตสร้างรายได้จำนวนมากจากบริษัทร่วมทุนกับค่ายรถยนต์ต่างชาติ แต่ปัจจุบันกำลังเสียเปรียบผู้ผลิตรถยนต์อีวีหน้าใหม่ของจีนที่สามารถพัฒนารถยนต์และเทคโนโลยีใหม่ได้รวดเร็วกว่า

นอกจาก GAC แล้ว BAIC Motor ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมทุนของ “เมอร์เซเดส เบนซ” และอยู่ภายใต้รัฐบาลปักกิ่ง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างโดยขาดทุนสุทธิ 1.59 พันล้านหยวนในช่วงครึ่งปีแรก เทียบกับกำไร 360 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน ธุรกิจร่วมทุนกับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นก็เผชิญแรงกดดัน ยอดขาย GAC-Toyota ช่วงครึ่งปีแรกลดลง 6.3% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขาย FAW-Toyota ลดลง 27.4%

ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินและสงครามราคาที่ยืดเยื้อ ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมรถยนต์จีนจะเกิดการควบรวมและปรับโครงสร้างมากขึ้น โดยส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์อีวีจีนรายใหญ่ที่สุด 5 แห่งเพิ่มขึ้นเป็น 53.5% ในเดือนก.ค.

ปักกิ่งหนุนรวมทรัพยากรลดแข่งซ้ำซ้อน

ความเคลื่อนไหวของ FAW และ GAC ยังสอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลจีนที่ต้องการลดปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมรถยนต์

เมื่อต้นเดือนนี้ คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ส่งสัญญาณสนับสนุนควบรวมระหว่างกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เพื่อรวมทรัพยากรการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงการแข่งขันในธุรกิจที่มีลักษณะซ้ำซ้อนกัน

ข้อตกลงระหว่าง FAW ซึี่งอยู่ภายใต้รัฐบาลกลาง กับ GAC ซึ่งอยู่ภายใต้รัฐบาลเมืองกว่างโจว จึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวของการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจจีน โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลท้องถิ่นกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านการเงินจากรายได้จากการขายสิทธิในที่ดินที่ลดลงตามวิกฤติอสังหาริมทรัพย์

อลิเซีย การ์เซีย เอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางของ Natixis ระบุว่า การนำรัฐวิสาหกิจส่วนกลางเข้ามาสนับสนุนรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นอาจเป็น “ทางออก” รูปแบบหนึ่ง และกล่าวว่า “เราอาจได้เห็นกรณีเช่นนี้เพิ่มขึ้น”

อย่างไรก็ตาม การรวมทรัพยากรไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ปัญหาการดำเนินงานได้โดยอัตโนมัติ เสี่ยวอี้ เหลย นักวิเคราะห์ของ Jefferies ระบุว่า ธุรกรรมนี้อาจสร้างรายได้และกำไรที่ชัดเจนให้ GAC ผ่าน FAW Toyota แต่ยังมีคำถามสำคัญว่า ความร่วมมือด้านการถือหุ้นจะนำไปสู่ความร่วมมือในการดำเนินงานจริงหรือไม่

จีนฉุดยอดขายโตโยต้าร่วงทั่วโลก

ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ลดลงอีกครั้งในเดือนส.ค. ที่ผ่านมา จากภาวะซบเซาที่ยืดเยื้อในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยบรรดาค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่น

ยอดขายรถยนต์แบรนด์ Toyota และ Lexus ในจีน ร่วงลง 23% ในเดือนส.ค. โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 จากความต้องการรถยนต์เบนซินและไฮบริดที่อ่อนแอ ซึ่งยอดดังกล่าวในจีนยังฉุดให้ยอดส่งมอบรถยนต์รวมทั่วโลกของกลุ่มลดลง 7.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

โตโยต้าและผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ กำลังเผชิญตลาดจีนที่หดตัวลง เนื่องจากผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าราคาแพงท่ามกลางวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่ยังดำเนินอยู่

นอกจากนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ยังต้องรับมือกับความต้องการอีวี EV ที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

นอกจากโตโยต้าแล้ว ยอดขายทั่วโลกของบริษัทฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) ก็ปรับตัวลดลง 9.2% ในเดือนส.ค. โดยเผชิญแรงฉุดจากยอดขายในจีนที่ทรุดลงถึง 50%

ในขณะที่ยอดส่งมอบรถยนต์ของบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (Nissan Motor) ในจีนก็ร่วงลง 52% ส่งผลให้ยอดขายทั่วโลกของบริษัทลดลง 17.5%

อย่างไรก็ตาม โตโยต้าและเล็กซัสมียอดขายที่ดีกว่าในตลาดอื่นๆ โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 2.6% ในยุโรป และ 9.1% ในญี่ปุ่น จากความต้องการรถยนต์รุ่นใหม่ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรถไฮบริด แต่ยอดขายในสหรัฐลดลง 4.4% และร่วงลงมากกว่าหนึ่งในสามในตลาดตะวันออกกลาง