รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (23 ก.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุดิอาระเบียกลับมาเปิดดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังมีรายงานว่าซาอุดิอาระเบียได้กลับมาเปิดดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline อีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ 22 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การกลับมาดำเนินงานเต็มกำลังอาจใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์
ขณะเดียวกัน ซาอุดิอาระเบียสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันจากท่าเรือ Yanbu ได้อีกครั้งในวันเดียวกัน ส่งผลให้ตลาดคลายกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันที่อาจหยุดชะงักจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
(-/+) อิหร่านแสดงความพร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายใน 7 วัน หากสหรัฐฯ ผ่อนคลายแรงกดดันทางทหารและยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา กองบัญชาการทหารกลางของอิหร่านได้รับรายงานว่าสหรัฐฯ เตรียมกลับมาดำเนินปฏิบัติการทางทหาร โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค
(+) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ลดความคาดหวังต่อโอกาสการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ตลาดเคยคาดว่าอาจเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยทรัมป์ได้กล่าวว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือน พ.ย. 69
นอกจากนี้ ยังระบุว่าสหรัฐฯ อาจดำเนินมาตรการรุนแรงต่ออิหร่าน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
(-/+) ตลาดติดตามการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ โดยคาดหวังความคืบหน้าในการสร้างเสถียรภาพในตะวันออกกลาง รวมถึงแนวทางการยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปีครึ่ง





