‘ตลาดดีเซลโลก’ เผชิญวิกฤติอุปทาน หลังสงครามอิหร่าน-สงครามยูเครนกระทบการส่งออกจากผู้ผลิตรายใหญ่ ดันราคาดีเซลโลก ‘พุ่งทุบสถิติ’ ขณะที่สต็อกลดฮวบและกำลังการกลั่นทั่วโลกตึงตัว ส่งสัญญาณภาวะขาดแคลน ‘อาจลากยาวถึงปี 2027’
“ตลาดน้ำมันดีเซลโลก” กำลังเผชิญภาวะตึงตัวอย่างหนัก หลังสงครามในอิหร่านและยูเครนกระทบการส่งออกจากผู้ผลิตรายใหญ่ ทั้งต่อรัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดันราคาดีเซลในยุโรปและสหรัฐ “พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ขณะที่สัญญาณจากตลาดคลังน้ำมันบ่งชี้ว่า ภาวะขาดแคลนอาจ “ยาวจนถึงปี 2027”
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดีเซลในยุโรปปิดตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากต้นปี 2026 หลังปัญหาอุปทานลุกลามไปถึงทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการส่งออกดีเซลของซาอุดีอาระเบีย
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า การส่งออกดีเซลจากตะวันออกกลางระหว่างเดือนมี.ค.-ส.ค. ลดลงครึ่งหนึ่งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือเฉลี่ยเพียง 800,000 บาร์เรลต่อวัน นับเป็นแรงกระแทกสำคัญต่อยุโรป เนื่องจากตะวันออกกลาง “คิดเป็นเกือบ 41%” ของการนำเข้าดีเซลของยุโรปในปี 2025
จอร์จ ชอว์ นักวิเคราะห์ของ Kpler กล่าวว่า “หากการขนส่งผ่านทะเลแดงหยุดชะงักมากไปกว่านี้ ก็เสี่ยงทำให้ตลาดดีเซลโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว เผชิญแรงกดดันหนักขึ้น” พร้อมระบุว่า ตลาดดีเซลโลกยังคงเปราะบาง เนื่องจากกำลังการกลั่น ยังเป็น “คอขวด” สำคัญของตลาด
ขณะเดียวกัน “รัสเซีย” ซึ่งเป็นผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ สั่งห้ามส่งออกดีเซลตั้งแต่เดือน ก.ค. หลังการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนกระทบโรงกลั่นหลายแห่ง ส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าอย่างตุรกีและบราซิลต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าทดแทน
ปัญหาสำคัญคือ โรงกลั่นทั่วโลกแทบไม่มีศักยภาพเหลือพอที่จะเร่งผลิตเพื่อชดเชยอุปทานที่หายไป โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า โรงกลั่นจำนวนมากกำลังเดินเครื่องใกล้เต็มกำลังอยู่แล้ว ทำให้มีทางเลือกจำกัดในการป้องกันไม่ให้ตลาดตึงตัว
ภาวะขาดแคลนสะท้อนชัดผ่านระดับสต็อกที่ลดลงอย่างหนัก โดยคลังน้ำมันในศูนย์กลาง Amsterdam-Rotterdam-Antwerp ของยุโรปอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่สต็อกดีเซลสหรัฐ “ลดลงสู่ระดับต่ำที่สุด” สำหรับช่วงเวลานี้ของปีนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1982
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดว่า สต็อกน้ำมันกลั่นของสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่จำหน่ายในรูปดีเซล จะลดต่ำกว่า 100 ล้านบาร์เรลในเดือน ก.ย. และมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบต่ำสุดเฉลี่ย 5 ปีไปจนถึงสิ้นปี 2026 และเกือบตลอดปี 2027
อีกสัญญาณหนึ่ง มาจากตลาดเช่าคลังน้ำมันในอเมริกาเหนือและแคริบเบียน ซึ่งมีพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากผู้ค้าและโรงกลั่นไม่ต่อสัญญาเช่าถังเก็บ เพราะ “แทบไม่มีดีเซลเหลือให้กักเก็บ” สะท้อนว่าผู้เล่นในตลาดคาดว่าภาวะอุปทานตึงตัวจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยถึงไตรมาสแรกของปีหน้า
สถานการณ์ดังกล่าว กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคเกษตร การผลิต และการขนส่งหนัก โดยราคาขายปลีกดีเซลในสหรัฐพุ่งสูงทุบสถิติ “ทะลุ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรก” ในเดือนนี้ ขณะที่ราคาดีเซลในเอเชียยังอยู่ “ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์”
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความหวังบางส่วนจากจีน ซึ่งเพิ่มการส่งออกดีเซลขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่งในเดือนส.ค. ที่ราว 320,000 บาร์เรลต่อวัน รวมถึงค่าการกลั่นดีเซลที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งอาจจูงใจให้โรงกลั่นเร่งการผลิตเพิ่มเติม
ถึงกระนั้น ตลาดยังคงเปราะบางอย่างมาก หากสงครามในอิหร่านหรือรัสเซีย-ยูเครนทวีความรุนแรงขึ้น หรือเกิดเหตุขัดข้องครั้งใหญ่ในโรงกลั่น ก็อาจจุดชนวนให้ราคาดีเซลพุ่งขึ้นอีกระลอก โดยอเล็กซ์ โฮดส์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ตลาดพลังงานของ StoneX มองว่า ปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบันยังสนับสนุนให้ราคาดีเซลยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ
อ้างอิง: reuters, reuters(2)





