IMF ห่วงหนี้สาธารณะโลกจ่อทะลุ 100% เร็วกว่าคาด สหรัฐ -จีนตัวการใหญ่ เตือนธนาคารกลางอาจต้องเบรกเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ยต่อ ชี้รัฐบาลทั่วโลกต้องรีบลดขาดดุลก่อนสาย
บลูมเบิร์กรายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนว่า รัฐบาลทั่วโลกต้องรีบลดงบประมาณขาดดุลและควบคุมหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ให้ได้มากกว่านี้
ในงาน Qatar Economic Forum ที่นิวยอร์ก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “คริสตาลินา จอร์เจียวา” ผอ.ไอเอ็มเอฟระบุว่า เคยเตือนเรื่องการรัดเข็มขัดทางการคลังมาโดยตลอด แม้ตอนนี้หลายฝ่ายจะเริ่มเข้าใจปัญหาแล้ว แต่การลงมือทำจริงยังถือว่าน้อยเกินไป
IMF ประเมินว่าหนี้สาธารณะทั่วโลกจะพุ่งสูงเกิน 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ภายในปี 2029 ซึ่งเร็กว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมถึง 2 ปี โดยตัวการหลักมาจากหนี้ที่พุ่งพรวดในสหรัฐอเมริกาและจีน
จอร์เจียวากล่าวเสริมว่า “ทาง IMF ได้พยายามผลักดันให้สหรัฐ หันมาใส่ใจสถานะทางการคลังของตัวเอง โดยจากการพูดคุยกับรัฐมนตรีคลัง “สกอตต์ เบสเซนต์” เริ่มตระหนักแล้วว่าสถานการณ์นี้ไม่ยั่งยืน และจำเป็นต้องทยอยลดการขาดดุลและหนี้สินลงทีละน้อย”
หัวหน้า IMF ย้ำเตือนเล่าถึงความเสี่ยงจากหนี้ที่เพิ่มขึ้น พร้อมกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกเร่งแก้ไข โดยเดือนที่ผ่านมาเธอกล่าวว่าประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ รวมถึงสหรัฐ มีเส้นทางหนี้ที่น่าเป็นห่วงและต้องรีบวางนโยบายจัดการ
นอกจากนี้ เธอยังชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงลดลงยาก ธนาคารกลางทั่วโลกจึง "อาจจำเป็น" ต้องเดินตามรอยธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางยุโรป ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งดอกเบี้ยที่แพงขึ้นนี้จะทำให้การจ่ายหนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก
วิกฤติพลังงานกระทบ ‘ประเทศส่งออกน้ำมัน’
ปัญหาด้านพลังงานและการขนส่งกำลังสร้างความเสียหายให้กับประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง กาตาร์ คูเวต และอิรัก ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ "หดตัวอย่างรุนแรง"
อย่างไรก็ตาม สำหรับกาตาร์ ซึ่งเคยเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกก่อนเกิดสงครามอิหร่านในปีนี้ ได้มีการเตรียมทุนสำรองไว้ล่วงหน้า ซึ่งช่วยปกป้องเศรษฐกิจในตอนนี้เอาไว้ได้
นอกจากนี้ ยังเสริมด้วยว่า “ตลาดเกิดใหม่” ในปัจจุบันมีนโยบายการเงินที่ดีเท่ากับหรือดีกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้ท่วมด้วยซ้ำ
อ้างอิง Bloomberg




