กำแพงภาษี EV ยังสกัด ‘คลื่นรถจีน’ ไม่อยู่ หลังค่ายรถจีนหันรุกตลาดไฮบริด EU ขยับปิดช่องว่าง ขอปักกิ่งจำกัดส่วนแบ่ง ‘ไม่เกิน 15%’ พร้อมส่งสัญญาณเตือน หากจีนไม่ลดส่งออก ‘ยุโรปจะจัดการเอง’
“กำแพงภาษี EV” ยังหยุดคลื่นรถจีนที่ไหลบ่าเข้าสู่ยุโรปไม่ได้ หลังสหภาพยุโรป (EU) ขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ค่ายรถจีนกลับปรับเกมด้วยการรุกตลาด “รถไฮบริด” ซึ่งอยู่นอกขอบเขตมาตรการภาษีเดิม จนยอดนำเข้าพุ่งจากหลักพันเป็นหลักหมื่นคันต่อเดือน
ล่าสุด EU เตรียม “ปิดช่องว่าง” ดังกล่าว ด้วยการขอให้จีน “สมัครใจจำกัด” การส่งออกรถยนต์ไฮบริดเข้าสู่ตลาดยุโรป โดยต้องการให้รถไฮบริดจีนมีสัดส่วน “ไม่เกินประมาณ 15% ของตลาด” ท่ามกลางความพยายามสกัดความตึงเครียดทางการค้าไม่ให้ลุกลามเป็น “สงครามการค้า”
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่ EU ส่งสัญญาณชัดเจนว่า หากจีนไม่ยอมจำกัดการส่งออก “ฝั่งยุโรปก็พร้อมดำเนินมาตรการเอง” โดยมองว่า จำเป็นต้อง “ปกป้อง” ภาคอุตสาหกรรมยุโรปจากการสูญเสียฐานการผลิต
นอกจากรถยนต์ไฮบริดแล้ว EU ยังขอให้จีนจำกัดการส่งออกสินค้าประเภทอื่น เช่น เคมีภัณฑ์ พร้อมเรียกร้องให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากยุโรป เพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสองฝ่าย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง “เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน” ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า EU พร้อมใช้ “ทุกเครื่องมือที่มี” เพื่อลดการขาดดุลการค้ากับจีน ซึ่งเธอมองว่าอยู่ในระดับที่ไม่ยั่งยืน
ปีที่ผ่านมา EU ขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนสูงถึง 3.606 แสนล้านยูโร หรือประมาณ 4.134 แสนล้านดอลลาร์ และในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ยอดขาดดุลยังเพิ่มขึ้นอีก 9% โดยฟอน แดร์ ไลเอินเตือนว่า ยุโรปกำลังเผชิญ “China Shock” ระลอกสอง ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อภาคการผลิตในภูมิภาค
อียูมองว่า การส่งออกสินค้าจีนที่พุ่งขึ้น ทั้งเคมีภัณฑ์ แบตเตอรี่ และรถยนต์ เป็นผลจากกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่า ความกังวลเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินเป็นข้ออ้างเชิงกีดกันทางการค้าเพื่อจำกัดการเติบโตของจีน
ด้านมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของ EU ซึ่งกำลังเจรจากับจีนเพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้า ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายในเดือน ต.ค. และคาดว่าจะเดินทางเยือนจีนภายในต้นเดือนหน้า
อ้างอิง: reuters





