ศึก AI กำลังลามถึง ‘บิลค่าไฟ’ เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์กินพลังงานมหาศาล จนสภาผู้แทนฯ สหรัฐต้อง ‘ผ่านกฎหมาย’ สกัดไม่ให้ต้นทุนขยายโครงข่ายไฟฟ้าถูกผลักให้ประชาชนแบกรับ ท่ามกลางกระแสต่อต้านที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐออกโรงรับมือผลกระทบจากกระแสลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ หวั่นสุดท้ายต้นทุนไฟฟ้ามหาศาล จะถูกผลักมาอยู่ในบิลค่าไฟ และกลายเป็นภาระที่ครัวเรือนอเมริกันต้องร่วมจ่าย
ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติด้วยคะแนนท่วมท้น “417 ต่อ 3 เสียง” ผ่านร่างกฎหมาย “Ratepayer Protection Act” ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานกำกับดูแลสาธารณูปโภคระดับรัฐพิจารณาว่า ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ควรเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนส่วนเพิ่มจากการสร้างและขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของตนเองหรือไม่ นับเป็นครั้งแรกที่สภาผู้แทนฯ สหรัฐผลักดันกฎหมายที่มุ่งรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนโจทย์ทางการเมืองที่ซับซ้อนของสหรัฐ ซึ่งด้านหนึ่งต้องการเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้าน AI ขณะที่อีกด้านต้องรับมือกับความกังวลของประชาชนเรื่องค่าไฟที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการพลังงาน AI
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนการขยายดาต้าเซ็นเตอร์อย่างแข็งขัน โดยมองว่าโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเป็นผู้นำด้าน AI ของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม แรงต้านในพื้นที่ต่าง ๆ กำลังเพิ่มขึ้น โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ แอมเฮิร์สต์ ระบุว่า มีชาวอเมริกันเพียง 11% ที่สนับสนุนการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ในชุมชนของตนเอง
แรงต้านดังกล่าวกำลังปรากฏในหลายพื้นที่ของสหรัฐ ตัวอย่างเช่น รัฐนิวยอร์กเสนอให้ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ลงทุนคืนสู่ชุมชนอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์ต่อความต้องการไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์ ท่ามกลางความพยายามของหลายรัฐที่จะทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้
ประเด็นดาต้าเซ็นเตอร์ยังเข้ามาเกี่ยวพันกับการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. โดยผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนฯ เร่งนำร่างกฎหมายเข้าสู่การลงมติก่อนสมาชิกสภาเดินทางออกจากกรุงวอชิงตันเพื่อกลับไปหาเสียงในพื้นที่
ด้านกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคอย่าง Public Citizen มองว่า กฎหมายมีขีดความสามารถค่อนข้างจำกัดในการปกป้องประชาชนจากค่าไฟที่สูงขึ้น เพราะกำหนดเพียงให้รัฐ “พิจารณา” ว่าควรให้ดาต้าเซ็นเตอร์รับผิดชอบต้นทุนเชื่อมต่อและขยายโครงข่ายไฟฟ้าหรือไม่
นอกจากนี้ Public Citizen ยังระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ครอบคลุมผลกระทบต่อผู้บริโภคและชุมชนจากดาต้าเซ็นเตอร์ในอีกหลายด้าน
การผ่านร่างกฎหมายเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. ท่ามกลางแรงกดดันต่อสมาชิกสภาจากทั้งสองพรรคให้จัดการปัญหาค่าไฟ และหาจุดสมดุลระหว่างการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI กับการป้องกันไม่ให้ประชาชนเป็นผู้จ่ายต้นทุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าว
อ้างอิง: reuters





