รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (15 ก.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นหลังตลาด ยังคงกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังการโจมตีซาอุดิอาระเบียอีกครั้งของกลุ่มฮูตี
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส และ เบรนท์ ปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น จากการเลื่อนการเจรจาของกลุ่มประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียและอิหร่าน ประกอบกับการโจมตีครั้งใหม่ของกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านต่อประเทศซาอุดิอาระเบีย
โดยมีการยึดครองดินแดนรวมถึงเกาะเปริม (Perim Island) ที่บริเวณปากทะเลแดง และทำการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตกของซาอุดิอาระเบียอีกครั้ง โดยการโจมตีท่อเพิ่มเติมครั้งนี้อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบโลกปรับลดลงร้อยละ 4 ของปริมาณน้ำมันดิบทั้งหมด
(-) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ ที่ 14 ก.ย. 69 ว่ายูเครนและรัสเซียตกลงกันที่จะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอีก ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การที่น้ำมันดีเซลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น เกิดจากสงครามในยูเครน ไม่ใช่สงครามกับอิหร่าน
(-) ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.25 แตะระดับที่ช่วง 3.75 - 4% ในวันพุธที่ 16 ก.ย. 69 นี้ ซึ่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนี้เป็นการส่งสัญญาณบ่งชี้ว่าจะมีมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคต หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมาแตะระดับมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น





