วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

สหรัฐคว่ำบาตรล้มเหลว? เปิด ‘ช่องลับ’ ท่อน้ำเลี้ยงอิหร่าน เลี่ยงระบบการเงินโลก

ไม่ต้องใช้ดอลลาร์ ไม่ต้องส่งเงินกลับอิหร่าน เปิดกลไกลับเปลี่ยน ‘น้ำมัน’ เป็น ‘สินค้าจีน’ หลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้อิหร่านฝ่ากำแพงคว่ำบาตรสหรัฐ สามารถเข้าถึงยา รถยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร ไปจนถึงยุทโธปกรณ์จากจีนได้

แม้สหรัฐยกระดับสงครามเศรษฐกิจกับอิหร่านในชื่อว่า “D-Day ทางเศรษฐกิจ” ด้วยการส่งคำเตือนไปยังประเทศทั่วโลกว่า ใครยังคงทำธุรกิจกับเตหะราน เตรียม “ถูกโดดเดี่ยว” ไปด้วย

แต่ท่ามกลางแรงกดดันจากวอชิงตัน “สินค้าจีน” ยังคงหลั่งไหลเข้าสู่อิหร่าน ตั้งแต่ยา รถยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร ไปจนถึงยุทโธปกรณ์บางประเภท กลายเป็น “ท่อน้ำเลี้ยง” สำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจอิหร่านยังเดินหน้าต่อไปได้ แม้โดนคว่ำบาตรมาอย่างยาวนาน

กุญแจสำคัญอยู่ที่กลไกการค้าลับในลักษณะคล้าย “บาร์เทอร์” หรือ “การแลกเปลี่ยนสินค้า” ซึ่งช่วยให้อิหร่านเปลี่ยนน้ำมันที่ขายให้จีน เป็น “เครดิต” สำหรับซื้อสินค้าจีนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยไม่ต้องรับเงินและชำระค่าสินค้าผ่านระบบธนาคารระหว่างประเทศตามปกติ

แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่าน 2 ราย และผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 3 รายเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า กลไกดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้อิหร่านมีช่องทางนำเข้าสินค้าจำเป็น แต่ยังเปิดทางให้จีน ซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเตหะราน ยังคงเข้าถึงน้ำมันอิหร่านในราคาส่วนลด พร้อมสร้าง “ชั้นกันกระแทก” เพื่อลดความเสี่ยงที่ธนาคารและบริษัทจีน จะถูกลากเข้าไปเผชิญมาตรการลงโทษจากสหรัฐโดยตรง

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า “จีน” เป็นตลาดสำคัญที่สุดของน้ำมันอิหร่าน โดยในปี 2025 จีนรับซื้อน้ำมันมากกว่า 80% ของปริมาณน้ำมันที่อิหร่านส่งออกทางเรือ หรือเฉลี่ยประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน 

หัวใจสำคัญของกลไกนี้คือ การทำให้ “เงินค่าน้ำมัน” ไม่จำเป็นต้องถูกโอนกลับไปยังอิหร่านผ่านระบบธนาคารระหว่างประเทศ ซึ่งอาจถูกสหรัฐตรวจสอบและสกัดกั้นได้

แหล่งข่าวระบุว่า ผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านที่ดำเนินการในนามของ “Zhuhai Zhenrong” บริษัทค้าน้ำมันของรัฐบาลจีน จะนำเงินค่าน้ำมันอิหร่านหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อเดือนไปฝากไว้กับหน่วยงานทางการเงินในจีนที่เรียกว่า “ChuXin” แทนที่จะโอนเงินดังกล่าวกลับไปยังอิหร่านโดยตรง

หมายความว่า “แม้น้ำมันเดินทางออกจากอิหร่าน แต่เงินยังคงอยู่ในจีน” และถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเงินสำหรับให้อิหร่านนำไปซื้อสินค้าและบริการจากจีนแทน โดยแทนที่จะส่งเงินให้อิหร่าน บริษัทจีนที่เข้าไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่าน ก็ได้รับเงินจากฝั่งจีนโดยตรง

สำหรับเงินค่าน้ำมันดังกล่าว มาจากการซื้อขายผ่านบริษัทจดทะเบียนในฮ่องกงที่เชื่อมโยงกับ National Iranian Oil Company (NIOC) โดยแหล่งข่าวระบุว่า ChuXin จะนำเงินประมาณ 70% ไปจ่ายให้บริษัทจีนที่ดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่าน ส่วนเงินที่เหลือจะถูกนำไปพักไว้ในบัญชีของ “นิติบุคคลเฉพาะกิจ” หรือ SPV (Special Purpose Vehicle) เพื่อใช้เป็นวงเงินสำหรับซื้อสินค้าจีน

เมื่อบริษัทหรือผู้นำเข้าในอิหร่านต้องการซื้อสินค้า เช่น ยา รถยนต์ หรืออุปกรณ์สื่อสาร ธนาคารกลางอิหร่านจะอนุมัติให้ใช้เงินจาก SPV จากนั้นหน่วยงานฝั่งอิหร่านจะแจ้งไปยังหน่วยงานที่ดูแลเงินฝั่งจีน เพื่อให้นำเงินก้อนดังกล่าวไปจ่ายให้ซัพพลายเออร์จีนอีกทอดหนึ่ง

เท่ากับว่า แทนที่จะเกิดการโอนเงินแบบ “อิหร่านจ่ายเงินให้บริษัทจีน” โดยตรง ระบบนี้จะนำ “เงินค่าน้ำมันของอิหร่านที่อยู่ในจีน” ไปจ่ายให้บริษัทจีนแทน

วิธีดังกล่าวช่วยลดความจำเป็นในการนำเงินผ่านระบบธนาคารระหว่างประเทศ และยังทำให้บริษัทจีนที่ขายสินค้าไม่จำเป็นต้องรับเงินจากอิหร่านโดยตรง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่บริษัทเหล่านี้จะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ

ที่สำคัญ คือ แหล่งข่าวระบุว่า ผู้ผลิตสินค้าจีนไม่ได้ทำธุรกรรมโดยตรงกับอิหร่าน อีกทั้งไม่มีหลักฐานว่าบริษัทเหล่านั้นละเมิดมาตรการคว่ำบาตร

ทั้งนี้ ความซับซ้อนและความลับของระบบทำให้ตรวจสอบเส้นทางเงินได้ยาก โดยรอยเตอร์สไม่พบข้อมูลสถาบันการเงินชื่อ ChuXin ในทะเบียนบริษัทของจีน ขณะที่แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ChuXin อาจไม่มีตัวตนเป็นองค์กรจริง และอาจเป็นเพียงชื่อที่ปรากฏอยู่ใน “สเปรดชีต” สำหรับบันทึกธุรกรรมเท่านั้น

กลไกดังกล่าวมีมาตั้งแต่อย่างน้อยปี 2021 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่จีนและอิหร่านลงนามข้อตกลงหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระยะเวลา 25 ปี ครอบคลุมตั้งแต่พลังงานไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน โดยในระยะแรก ระบบนี้ถูกใช้เพื่อจัดหายาและวัคซีนโควิด-19 ให้อิหร่าน ก่อนจะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อสหรัฐเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทที่ทำธุรกิจกับเตหะราน

แหล่งข่าวประเมินว่า ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา มีเงินไหลผ่าน SPV ดังกล่าวประมาณ 2,000-2,500 ล้านดอลลาร์ หรือ “ราว 6.6-8.3 หมื่นล้านบาท” หากคิดที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์

นอกจากยา รถยนต์ และอุปกรณ์สื่อสารแล้ว แหล่งข่าวยังระบุว่า กลไกดังกล่าวถูกใช้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา เชื่อมโยงกับสัญญาจัดหา “ระบบป้องกันภัยทางอากาศ” ให้อิหร่านมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า “ไม่ทราบถึงสถานการณ์ตามที่กล่าวถึง” พร้อมย้ำว่า จีนคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่มีพื้นฐานตามกฎหมายระหว่างประเทศและไม่ได้รับอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ขณะที่คณะผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติไม่ได้ตอบคำถามของรอยเตอร์ส

อ้างอิง: reutersกรุงเทพธุรกิจ