‘รัสเซีย’ หันหัวเรือรุก ‘อาเซียน’ ประตูฟาร์อีสต์สะพานเชื่อมเศรษฐกิจใหม่ FESCO ปลดล็อก ‘โลจิสติกส์’ ปักหมุดการค้าโตแตะ 45,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2035 โอกาสทองสินค้าเกษตร ‘ไทย’ ตอบโจทย์มั่งคงอาหาร
ภาพของแผนที่เศรษฐกิจโลกกำลังถูกวาดขึ้นใหม่ ท่ามกลางกระแสคลื่นลมแรงของมรสุมภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วทางการค้า มาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ทำให้ “รัสเซีย” ต้องหันหัวเรือยุทธศาสตร์เศรษฐกิจออกจากยุโรป แล้วมุ่งหน้าสู่ซีกโลกตะวันออกอย่างเต็มกำลัง
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ตัวเลขการค้าระหว่างรัสเซียกับกลุ่มประเทศ “อาเซียน” เติบโตอย่างก้าวกระโดดเกือบ 58% จนแตะระดับราว 21,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และเพียงครึ่งแรกของปี 2026 ปริมาณการค้าทวิภาคีก็ยังขยายตัวต่อเนื่องอีกราว 10%
“เซียร์เกย์ คาตีริน” ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้ฉายภาพใหญ่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและอาเซียนคือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ทำหน้าที่สร้างเสถียรภาพสำคัญให้กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
"ตัวเลขการค้าที่พุ่งขึ้นเกือบ 58% ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานั้นเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ศักยภาพที่แท้จริงนั้นมีเยอะมาก และความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคฟาร์อีสต์กับอาเซียนกำลังเปิดโอกาสจริงให้เราเปลี่ยนมิตรภาพให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้”
เวทีเจรจาธุรกิจ “รัสเซีย-อาเซียน” ภายในงานประชุมเศรษฐกิจภาคตะวันออกปี 2569 (Eastern Economic Forum: EEF) ณ นครวลาดิวอสต็อก สะท้อนทิศทางใหม่นี้อย่างชัดเจน ดินแดนที่หลายคนเคยจดจำในฐานะเขตหนาวเหน็บห่างไกลอย่างภูมิภาค “รัสเซียตะวันออกไกล” (Russian Far East).
ทว่าวันนี้ Far East ได้แปรสภาพกลายเป็นหน้าต่างบานใหญ่และระเบียงการค้าใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างรัสเซีย ยูเรเซีย และอาเซียน จุดเริ่มต้นของการหารือถึงการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ทั้งในวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียกับอาเซียน
‘เวียดนาม’ ฮับกระจายสินค้าสู่ ‘อาเซียน’
เมื่อขยายภาพเข้าไปดูในระดับทวิภาคี แต่ละประเทศในอาเซียนต่างมีบทบาทและจุดเชื่อมต่อที่โดดเด่นแตกต่างกันไปในห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่นี้
“เวียดนาม” ถือเป็นแนวหน้าในเวทีนี้อย่างไม่มีข้อกังขา ด้วยมูลค่าการค้าทวิภาคีกับรัสเซียสูงถึง 4,700 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 25% ของมูลค่าการค้ารัสเซีย-อาเซียนทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU)
โง วัน ตวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเวียดนามได้ชูข้อเสนอ 5 ทิศทางหลัก ส่งสัญญาณความพร้อมทำการค้าร่วมกับรัสเซีย จากการที่เวียดนามกำลังก้าวสู่ยุคใหม่โดยตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยมากกว่า 10% ต่อปี โดยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้ภาคธุรกิจรัสเซียเข้าถึงอาเซียน และใช้อานิสงส์จากเขตการค้าเสรีเปิดประตูสินค้าสู่กลุ่มประเทศยูเรเซีย
สำหรับ “กัมพูชา” ลิม พันเพียรัก ปลัดกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา เผยว่าความสัมพันธ์ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่มีประวัติศาสตร์การทูตที่แน่นแฟ้นกับรัสเซียยาวนานถึง 70 ปี การเปิดประตูระเบียงการค้านี้จึงเน้นไปที่การดึงดูดผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตโลก
ด้าน “เมียนมา” กำลังเร่งเครื่องปฏิรูปโครงสร้างประเทศครั้งใหญ่ โดยจัดตั้งกระทรวงการพัฒนาและสื่อสารดิจิทัล พร้อมยกร่างกฎหมายดิจิทัลฉบับแรก เพื่อขับเคลื่อน 3 เสาหลัก คือ รัฐบาลดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล และสังคมดิจิทัล โครงการเรือธงที่โดดเด่นที่สุดคือการสร้าง “เมืองไซเบอร์” แห่งแรกใจกลางประเทศ โดยจับมือดึงเทคโนโลยีขั้นสูงจากรัสเซียเข้ามาเป็นแกนหลัก
ส่วน “อินโดนีเซีย” กำลังนับถอยหลังสู่การทำข้อตกลง FTA กับกลุ่มยูเรเซียในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่ “ฟิลิปปินส์” มียอดการค้ากับรัสเซียเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 60% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
โอกาสทองสินค้าเกษตร ‘ไทย ’
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มูลค่าการค้าระหว่าง “รัสเซียและไทย” เติบโตสูงขึ้นถึง 32% โดยมีสินค้าส่งออกดาวรุ่งอย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และนมเป็นหัวหอกสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ทางการและภาคธุรกิจรัสเซียเร่งผลักดันการทลายกำแพงทางการค้า และเดินหน้ายกระดับมาตรฐานสินค้าจนผ่านการรับรองมาตรฐานฮาลาล เพื่อเปิดประตูส่งสินค้าคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน
ขณะเดียวกัน ไทยยังทำหน้าที่เป็นจุดแวะรับตู้สินค้าและท่าเรือต้นทางที่สำคัญในเครือข่ายเดินเรือวนลูปของภูมิภาค เชื่อมต่อตรงจากท่าเรือกรุงเทพฯ ไปรวมศูนย์ที่นครโฮจิมินห์ ก่อนส่งตรงสู่วลาดิวอสต็อกและเข้าสู่ใจกลางรัสเซียอย่างมอสโก
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือมิติความร่วมมือด้าน “การเงินและการลงทุนขนาดใหญ่” เมื่อยักษ์ใหญ่ระดับแถวหน้าของรัสเซียอย่าง เอเอฟเค ซิสเตมา (AFK Sistema) กลุ่มบริษัทด้านการเงิน การลงทุน และเทคโนโลยีชั้นนำ ได้มองเห็นศักยภาพพิเศษของไทย และกำลังเดินหน้าเจรจาโครงการร่วมทุนทั้งในภาคการเกษตร ความปลอดภัยทางอาหาร และโครงสร้างพื้นฐานในแถบรัสเซียนฟาร์อีสต์ เช่น โครงการพัฒนาในเมืองคาบารอฟสก์
อาร์ตอม ซาซูร์สกีย์ รองประธานฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ บริษัท Sistema ได้ฉายภาพถึงมุมมองที่น่าสนใจอย่างยิ่งต่อการปักหมุดในไทยและอาเซียนว่า การทำธุรกิจระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้แปลว่าจะเข้าไปทำธุรกิจได้ง่ายเสมอไป แต่อาเซียนกลับเป็นโอกาสใหม่ที่เกินคาด ภาคธุรกิจที่นี่จำนวนมากเปิดกว้างและพร้อมร่วมงานกับรัสเซียอย่างเต็มที่
“ปัจจุบันเรากำลังนำร่องระบบเมืองอัจฉริยะ ระบบปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับใบหน้า การสร้างอธิปไตยทางไซเบอร์ที่ไม่ต้องพึ่งพาสหรัฐ และที่สำคัญอย่างยิ่ง เรากำลังเจรจาเรื่องการร่วมทุนด้านการเกษตรและโครงสร้างพื้นฐานกับองค์กรต่างๆ ในไทย เพราะต้นทุนทางการเงินในไทยต่ำกว่า 2% ขณะที่ในรัสเซียสูงเกินกว่า 14% นี่คือโอกาสมหาศาลในการดึงดูดสภาพคล่องและเงินทุนที่มีประสิทธิภาพเข้ามาเชื่อมโยงกัน เพื่อขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ร่วมกันอย่างคุ้มค่าที่สุด”
ปลดล็อก ‘โลจิสติกส์’ เส้นเลือดใหญ่
ในอดีต อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการค้ารัสเซีย-อาเซียนคือ “ระยะทาง” ที่ห่างไกลและค่าระวางเรือที่ผันผวน กลุ่มบริษัทขนส่งทางเรือฟาร์อีสเทิร์น หรือ FESCO กลุ่มบริษัทโลจิสติกส์และการเดินเรือเอกชนรายใหญ่ที่สุดของรัสเซียพยายามแก้โจทย์นี้ทั้งทางเรือ ท่าเรือ และระบบรางรถไฟ โดยจำเป็นต้องพึ่งพาสายการเดินเรือของชาติตะวันตกอีกต่อไป
เส้นทางแรกคือ ฟีดเดอร์วนลูปในอาเซียน (FIAS) หรือการนำเรือของตนเองแล่นวนเก็บตู้คอนเทนเนอร์ตามท่าเรือสำคัญ ได้แก่ โฮจิมินห์ซิตี้ของเวียดนาม ไปยังพอร์ตกลังและปาซีร์กูดังในมาเลเซีย และเข้าไปกรุงเทพฯ ในไทย แล้ววนกลับเข้าโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งใช้เวลารอบละ 13 วัน
ถัดมาคือเส้นทางเรือตรงข้ามทวีป ขนส่งสินค้าจากฮับหลักที่โฮจิมินห์ซิตี้ วิ่งตรงเข้าสู่ท่าเรือวลาดิวอสต็อกในเวลาเพียง 7-11 วัน หรือต่อไปยังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ก่อนจะยกตู้ขึ้นรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย กระจายสินค้าต่อไปยังกรุงมอสโกหรือเมืองโนโวซีบีร์สค์
เกอร์มัน มาสลอฟ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสายการเดินเรือและโลจิสติกส์ บริษัท FESCO ยืนยันถึงความสำเร็จของโมเดลนี้ว่า เป็นสะพานเชื่อมและรักษาอธิปไตยทางโลจิสติกส์ของรัสเซีย
"วันนี้เวียดนามกลายเป็นฮับโลจิสติกส์หลัก โดยเรานำเรือฟีดเดอร์ไปรวบรวมสินค้าจากไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มารวมไว้ที่โฮจิมินห์ ก่อนจะส่งต่อด้วยเรือตรงสู่วลาดิวอสต็อกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เส้นทางนี้ทำให้สินค้าอย่างอาหารทะเล สินค้าเกษตร และผลไม้จากเอเชียไปถึงใจกลางรัสเซียได้อย่างรวดเร็ว ในแผนที่อาจดูเหมือนเราอยู่ไกลกันมาก แต่ด้วยโครงข่ายเรือและรถไฟของ FESCO เราได้สร้างสะพานเชื่อมสองภูมิภาคเข้าด้วยกันแล้วจริงๆ”
QR Code ข้ามพรมแดน ปลดล็อกคว่ำบาตร
แม้เส้นทางเรือจะเปิดโล่ง แต่ “โจทย์หิน” ที่สุดของการค้าระหว่างประเทศในยุคนี้คือ “ระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน” เมื่อชาติตะวันตกนำระบบดอลลาร์และโครงข่ายการเงินสากลมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและการคว่ำบาตร จนทำให้ระบบการเงินโลกแตกขั้วออกเป็น 4 คลัสเตอร์หลัก ทั้งระบบดอลลาร์ตะวันตก, ระบบดิจิทัลของจีน, ระบบธนาคารอิสลาม 2.0 และระบบของลาตินอเมริกา คำถามสำคัญคือ รัสเซียควรยืนอยู่ตรงไหนเพื่อไม่ให้การค้าต้องสะดุด
เอลินา ซิโดเรนโก ผู้อำนวยการทั่วไป แพลตฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนของผู้ประกอบการ และสมาชิกสภาสิทธิมนุษยชนแห่งประธานาธิบดีรัสเซีย มองว่าการหาพันธมิตรทางการค้าจะทำได้ง่ายก็ต่อเมื่อระบบการชำระเงินสะดวกสบายและปลอดภัย รัสเซียจำเป็นต้องเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกับอาเซียน
“เพราะอาเซียนไม่ได้บีบให้ประเทศสมาชิกต้องสร้างสกุลเงินดิจิทัลร่วมกัน แต่เลือกแนวทางที่เรียบง่ายที่สุดคือการเชื่อมต่อผ่านระบบ QR Code ข้ามพรมแดน เช่น VietQR ของเวียดนาม หรือระบบของอินโดนีเซียและมาเลเซีย”
ซิโดเรนโกเล่าว่าระบบนี้ช่วยตัดคนกลาง ตัดระบบธนาคารตัวกลางระหว่างประเทศ และตัดความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่เราต้องจับมือกันทำทันทีคือการแก้ปัญหาทางเทคนิคและปรับประสานกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน (AML) ให้ตรงกัน เพื่อเปิดทางให้การค้าเติบโตได้ปีละมากกว่า 20% อย่างต่อเนื่อง
2035 ปักหมุดการค้า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์
ทิศทางของระเบียงการค้า “รัสเซีย-อาเซียน” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือการซื้อขายสินค้าแบบเดิม แต่กำลังมุ่งเป้าสู่การสร้างโครงข่ายเศรษฐกิจดิจิทัล เมืองอัจฉริยะและการเชื่อมโยงระบบดิจิทัล
ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ รัสเซียจะให้การรับรองแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือรัสเซีย-อาเซียนฉบับใหม่ไปจนถึงปี 2035 โดยตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างกันไว้สูงถึง 45,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมเชื่อมั่นว่าการค้า โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ และการส่งออกเทคโนโลยีดิจิทัลเมืองอัจฉริยะ จะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างแน่นอน





