วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

ยุโรปจ่อเก็บ “ภาษีธนาคาร” เพิ่ม หลังทำกำไรทุบสถิติ “แหล่งรายได้ใหม่” ลดขาดดุลงบประมาณ

รัฐบาลหลายประเทศในยุโรปเตรียมพิจารณาปรับขึ้นภาษีกำไรของธนาคารพาณิชย์เพื่อนำรายได้มาอุดการขาดดุลงบประมาณ ท่ามกลางผลประกอบการของกลุ่มสถาบันการเงินที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าทิศทางผลกำไรของธนาคารพาณิชย์ในยุโรปยังคงมีแนวโน้มสดใส แต่ความสามารถในการทำกำไรระดับสูงนี้กำลังทำให้ภาคธนาคารตกเป็นเป้าหมายหลักของ “การจัดเก็บภาษี” เพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลหลายประเทศกำลังมองหา “แหล่งรายได้ใหม่” เพื่อลดช่องว่างการขาดดุลงบประมาณของภาครัฐ

กระแสการผลักดันมาตรการ ภาษีลาภลอย (Windfall Tax) และการเก็บภาษีส่วนเพิ่มเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส โปรตุเกส สวีเดน และอิตาลี ประเด็นนี้กำลังสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่นักลงทุนไม่ชอบใจนัก

"ความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของภาคธนาคาร จะกลายเป็นแหล่งรายได้ภาษีส่วนเพิ่มที่ดึงดูดใจรัฐบาลอย่างมาก" แอนดรูว์ สติมป์สัน นักวิเคราะห์จาก Keefe, Bruyette & Woods ชี้ให้ความเห็นถึงแนวโน้มดังกล่าว

พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายในยุโรป มองว่ากำไรที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลพลอยได้จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 4 ปีก่อน รายได้ส่วนเกินนี้จึงควรได้รับการจัดสรรกลับคืนสู่ประชาชน

แบงก์กำไรโต ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นแตะ 13.6%

รายงานจากบลูมเบิร์กชี้ว่า ธนาคารรายใหญ่ในยุโรปมีแนวโน้มทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ของกลุ่มวาณิชธนกิจ และค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและบริหารจัดการสินทรัพย์

ดัชนี Stoxx Europe 600 Banks ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของธนาคารชั้นนำในภูมิภาค มีแนวโน้มสร้าง อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) เฉลี่ยที่ 13.6% ในปี 2026 เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ 7.9% ในปี 2022 

นอกจากนี้ ตามการวิเคราะห์ของ โลรองต์ ดูอิลเยต์ และ ซิมบาราเช กุมโบ นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence พบว่า ปัจจัยที่เป็นแรงหนุนการทำกำไรที่สำคัญ ยังมาจากการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ และการผ่อนคลายกฎระเบียบ

สหราชอาณาจักร-อิตาลี เล็งเก็บภาษีส่วนเพิ่ม

แอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ยังคงปฏิเสธที่จะตัดตัวเลือกการปรับขึ้นภาษีธนาคารออกจากร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่จะประกาศในเดือนหน้า ทำให้ทั้งนักวิเคราะห์และกลุ่มนายธนาคารออกมาส่งสัญญาณเตือน

ปัจจุบัน ธนาคารในสหราชอาณาจักรต้องจ่ายภาษีส่วนเพิ่ม 3% สำหรับผลกำไรที่เกิน 100 ล้านปอนด์ต่อปี นอกเหนือจากภาษีนิติบุคคลทั่วไป

เบนจามิน ทอมส์ นักวิเคราะห์จาก RBC Capital Markets ระบุว่า คณะมนตรีของเบอร์แนมเป็นรัฐบาลฝ่ายซ้าย และมีสัญญาณมานานหลายปีแล้วว่าธนาคารอาจต้องเผชิญกับภาษีที่สูงขึ้น

ทอมส์ ประเมินว่า หนึ่งในทางเลือกที่เป็นไปได้คือการปรับเพิ่มภาษีส่วนเพิ่มอีก 3% ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้รัฐบาลเพิ่มขึ้นราว 2 พันล้านปอนด์ หรือ 8.9 หมื่นล้านบาท

มัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี เสนอให้จัดเก็บภาษีธนาคารตามรูปแบบของสเปน โดยให้เหตุผลว่าสถิติกำไรระดับสูงของธนาคารเกิดจากภาระของประชาชน อย่างไรก็ตาม อันโตนิโอ ทายานี รองนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง แสดงจุดยืนคัดค้านและต้องการให้เปิดการเจรจากับธนาคารเพื่อหาแนวทางสนับสนุนงบประมาณแทน

ก่อนหน้านี้ สเปนเคยบังคับใช้ภาษี 4.8% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและค่าธรรมเนียมในปี 2022 ก่อนจะปรับเป็นระบบภาษีก้าวหน้าในอัตราสูงสุด 7% สำหรับธนาคารที่มีรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเกิน 5 พันล้านยูโร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธนาคารอย่าง Banco Santander SA และ BBVA SA

หนี้สาธารณะพุ่ง ปัจจัยหลักเก็บภาษี

คิอัน อาบูฮอสเซน และ เดลฟีน ลี นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุในบทวิเคราะห์ว่า "เมื่อรัฐบาลมองหาช่องทางจัดหาเงินทุน ภาษีธนาคารจึงกลายเป็นความเสี่ยงต่อเนื่องสำหรับหุ้นกลุ่มการเงิน เราเริ่มเห็นกระแสเรียกร้องให้ขึ้นภาษีชัดเจนขึ้นในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส โปรตุเกส และอิตาลี โดยประเด็นนี้จะมีความผันผวนมากขึ้นเมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา"

โดยสวีเดนเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 13 ก.ย. ซึ่งผลกำไรของธนาคารเผชิญความเสี่ยงจากข้อเสนอการเก็บภาษีธนาคารของพรรคฝ่ายค้านที่มีคะแนนนิยมนำ

ขณะที่ฝรั่งเศสกำลังเผชิญแรงกดดันจากการลดการขาดดุลงบประมาณที่สูงติดอันดับต้นๆ ของยูโรโซน ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นจากการเทขายพันธบัตรรัฐบาล

โรลองด์ เลสคูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝรั่งเศส เปิดเผยว่า เป็นเรื่องยากที่จะยกเลิกภาษีนิติบุคคลส่วนเพิ่มที่ประกาศใช้ในปี 2025 และขยายเวลามาจนถึงปีนี้ โดยร่างกฎหมายงบประมาณปี 2027 มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 30 ก.ย. ทั้งนี้ Fitch Ratings ประเมินว่าภาษีดังกล่าวทำให้ธนาคารฝรั่งเศสมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นราว 1 พันล้านยูโรในปี 2025

เก็บภาษีเพิ่ม อาจไม่คุ้มกับเศรฐกิจระยะยาว

แม้นักลงทุนจะวิตกต่อความเสี่ยงด้านนโยบาย แต่ฐานะการเงินที่มั่นคงทำให้ธนาคารพาณิชย์ในยุโรปยังคงมีขีดความสามารถในการรองรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นได้

วิลเลียม ชาลเมอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Lloyds Banking Group Plc ระบุว่า การปรับขึ้นภาษีส่วนเพิ่มอีก 3% จะสร้างต้นทุนให้กลุ่มธนาคารราว 225 ล้านปอนด์ ซึ่งนับว่าเป็นผลกระทบที่ "ไม่มากนัก" และไม่ถึงขั้นทำให้บริษัทต้องปรับลดเป้าหมายทางการเงิน

อีกปัจจัยสำคัญคือ ผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากรัฐบาลต่างๆ ยังจำเป็นต้องพึ่งพาการปล่อยสินเชื่อของภาคธนาคารเพื่อสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 

สติมป์สันจึงมองว่า "รัฐบาลในหลายประเทศคงไม่อยากเสี่ยงทำลายการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว เพียงเพื่อแลกกับการระดมรายได้ภาษีในระยะสั้น"

ที่มา: บลูมเบิร์ก