รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (4 ก.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง หลังล่าสุดสำนักข่าว IRNA ของอิหร่านเผยว่ากองทัพอิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยขีปนาวุธและโดรนในช่วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ขณะที่ล่าสุด รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ส่งสัญญาณว่าอิสราเอลพร้อมกลับเข้าสู่การสู้รบกับอิหร่านอีกครั้งหากมีความจำเป็น
(+) ขณะที่ CEO ของบริษัท Mitsui OSK Lines ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าการหยุดชะงักของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะยืดเยื้อนานกว่าที่เคยประเมินไว้ โดยคาดว่าเป็นเรื่องยากที่จะเห็นการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในสิ้นปีนี้
(+) ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบในทะเลดำอีกครั้ง หลังล่าสุดยูเครนเผยว่าได้ทำการโจมตีเรือลำหนึ่งซึ่งกำลังมีส่วนร่วมในแผนงานการซ่อมบำรุงตามแผนบริเวณท่าส่งออกน้ำมันดิบของบริษัท Caspian Pipeline Consortium (CPC) ของคาซัคสถาน ซึ่งมีกำลังผลิตราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
(-) Chevron เผยว่าเตรียมลงทุนราว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 5 ปีข้างหน้าผ่านโครงการร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในเวเนซุเอลาขึ้นสู่ระดับ 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าระดับปัจจุบันที่ผลิตอยู่ราวสองเท่า
โดยเม็ดเงินดังกล่าวถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา





