ยอดขายรถยนต์ของ 'โตโยต้า' ลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงกดดันความต้องการรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน แข่งขันรถไฟฟ้าแบรนด์จีนยาก ตลาดจีน-ตะวันออกกลางร่วงหนัก
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor Corp.) แถลงวันนี้ว่า ยอดขายรถยนต์โตโยต้าทั่วโลกในเดือนก.ค. ซึ่งรวมถึงยอดขายของบริษัทในเครืออย่าง Daihatsu Motor Co. ปรับตัวลดลง 5.3% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 912,683 คัน ขณะที่การผลิตลดลง 1.4% เหลือ 934,953 คัน
การแข่งขันที่รุนแรงระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นในจีนเอง กำลังเบียดผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติออกจากตลาด ขณะที่ความวุ่นวายในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งสำคัญ และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
แรงกดดันดังกล่าวกำลังสร้างความยากลำบากให้กับผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก และทำให้แม้แต่ค่ายรถยนต์เบอร์ 1 โลกอย่าง Toyota ต้องสูญเสียส่วนแบ่งในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา
ยอดขายรถยนต์แบรนด์ Toyota และ Lexus ใน "จีน" เดือนก.ค. ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางการรุกตลาดของแบรนด์จีนที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ซึ่งอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีซอฟต์แวร์
ส่วนยอดขายใน "ตะวันออกกลาง" ปรับตัวลดลงเกือบ 45% โดยโตโยต้าส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางประมาณ 500,000-600,000 คันต่อปี บริษัทคาดการณ์ล่าสุดเมื่อเดือนพ.ค.ว่า ปริมาณการส่งออกเกือบครึ่งหนึ่งจะได้รับผลกระทบ
ขณะที่ยอดขายใน "อเมริกาเหนือ" ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนยอดขายในญี่ปุ่น และประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปเพิ่มขึ้น โดยมีแรงหนุนสำคัญจากความนิยมในรถยนต์ไฮบริดที่กลับมาเพิ่มขึ้น
โตโยต้ายังคาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ไฮบริด มีแนวโน้มจะทะลุ 5 ล้านคัน "เป็นครั้งแรก" ภายในปีปฏิทินนี้ โดยรถยนต์ไฮบริด และเงินเยนที่อ่อนค่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงโตโยต้า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่ายรถญี่ปุ่นยังคงลำบากในการแข่งขันกับ BYD Co. และแบรนด์รถยนต์จีนรายอื่นๆ ในตลาดจีน
เมื่อเดือนที่แล้ว โตโยต้าปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมี.ค.2027 เป็น 3.4 ล้านล้านเยน จากดีมานด์รถยนต์ไฮบริดในสหรัฐที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินเยน/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการกลับทิศทางจากช่วงต้นปีที่บริษัทเคยคาดการณ์ว่ากำไรจะลดลงจากผลกระทบตะวันออกกลาง
ที่มา: Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์




