เมื่อ ‘น้ำมันรัสเซีย’ ที่เคยไหลเข้าอินเดียอย่างล้นหลามเริ่มตึงตัว จากการโจมตีของยูเครนและแรงแย่งซื้อจากจีน โรงกลั่นอินเดียจึงต้องเร่ง ‘กระจายความเสี่ยง’ กว้านหาน้ำมันตั้งแต่แอฟริกาตะวันตก อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงทวีปอเมริกา ท่ามกลางสัญญาณว่า ศึกแย่งน้ำมันราคาถูกระหว่างสองยักษ์ใหญ่เอเชียกำลังร้อนแรงขึ้น
โรงกลั่นอินเดียกำลังเร่ง “กระจายความเสี่ยง” ด้านพลังงาน หลังการโจมตีของยูเครนกระทบการผลิตและส่งออกน้ำมันของรัสเซีย จนต้องลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซีย และหันไป “กว้านซื้อ” จากแหล่งอื่นทั่วโลก ตั้งแต่แอฟริกาตะวันตก อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงทวีปอเมริกา
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สถานการณ์นี้ยิ่งท้าทาย เพราะความต้องการน้ำมันของอินเดียกำลังจะเร่งตัวขึ้น หลังโรงกลั่นหลายแห่งทยอยเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง และเตรียมเดินเครื่องเพิ่มกำลังการผลิตอีกครั้ง ทำให้อินเดียต้องเร่งหาแหล่งน้ำมันใหม่มาป้อนโรงกลั่น ท่ามกลางตลาดโลกที่เผชิญความตึงตัวจากสงครามหลายสมรภูมิ
สำหรับ “รัสเซีย” ก่อนหน้านั้นก้าวขึ้นมาเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย หลังสงครามยูเครนปะทุขึ้นในปี 2022 โดยเมื่อเดือนที่แล้ว น้ำมันจากรัสเซียมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของอินเดีย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยสุมิต ริโตเลีย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายแบบจำลองของ Kpler ประเมินว่า การนำเข้าน้ำมันรัสเซียของอินเดียในเดือนนี้ จะลดลงเหลือประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับสูงราว 2.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม
การลดลงดังกล่าวมาจากหลายปัจจัย ทั้งการกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังอินเดียเร่งซื้อน้ำมันอย่างหนักในช่วงหลายเดือนก่อนหน้า ปริมาณน้ำมันรัสเซียสำหรับส่งออกที่ลดลง และการแข่งขันจากจีนที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ Kpler คาดว่า ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ปริมาณน้ำมันรัสเซียที่ส่งมายังอินเดียน่าจะกลับมาทรงตัวเหนือระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
เมื่อแหล่งน้ำมันหลักอย่างรัสเซียเริ่มมีข้อจำกัด โรงกลั่นอินเดียจึงต้องขยายวงหาแหล่งพลังงานใหม่
Indian Oil Corp. หรือ IOC โรงกลั่นรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เพิ่งเปิดประมูลจัดหาน้ำมันจากพื้นที่ไกลถึงทวีปอเมริกา ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่ถี่นัก พร้อมกับเปิดประมูลอีกชุดที่มุ่งหาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเป็นหลัก
ขณะที่ Hindustan Petroleum และ Mangalore Refinery & Petrochemicals ก็เร่งซื้อน้ำมันดิบที่ไม่ใช่ของรัสเซียเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้เช่นกัน
นอกจากนี้ โรงกลั่นอินเดียยังมองหาแหล่งน้ำมันจากแอฟริกาตะวันตก โดยหนึ่งในแรงกดดันสำคัญมาจากการโจมตีโรงกลั่นและท่าเรือบริเวณทะเลดำของรัสเซียหลายระลอกโดยยูเครน ซึ่งไม่เพียงทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงบางส่วนภายในรัสเซีย แต่ยังลดความสามารถของมอสโกในการส่งน้ำมันดิบออกสู่ตลาดต่างประเทศ
ข้อมูลการเคลื่อนที่ของเรือบรรทุกน้ำมันที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา การส่งออกน้ำมันทางทะเลของรัสเซียลดลงเหลือประมาณ 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับสูงกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม
นั่นหมายความว่า “เค้กน้ำมันรัสเซีย” ที่เคยมีให้ผู้ซื้อรายใหญ่อย่างอินเดียและจีนแบ่งกัน กำลังมีขนาดเล็กลง
ไม่เพียงเท่านั้น แรงกดดันอีกด้านมาจาก “การแข่งขันกับจีน” โดย Kpler ระบุว่า น้ำมันดิบ Sokol จากฝั่งตะวันออกของรัสเซีย สำหรับส่งมอบเดือนตุลาคม ถูกซื้อเร็วกว่าปกติ สะท้อนว่าผู้ซื้อกำลังเร่งล็อกน้ำมันล่วงหน้า ท่ามกลางอุปทานที่ตึงตัว
ที่ผ่านมา อินเดียและจีนแทบไม่ต้องแย่งน้ำมันรัสเซียกันโดยตรง เพราะอินเดียเน้นซื้อจากฝั่งตะวันตก ขณะที่จีนซื้อจากฝั่งตะวันออก แต่เมื่อปริมาณน้ำมันลดลง เส้นแบ่งนี้อาจเริ่มเลือนหาย และเปิดศึกแย่งชิงน้ำมันราคาถูกระหว่างสองยักษ์ใหญ่เอเชีย
อ้างอิง: bloomberg





