ปิดฉากลงแล้วสำหรับงานประชุมหุ่นยนต์โลก (World Robot Conference) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 ส.ค. ณ กรุงปักกิ่ง ช่วงไม่กี่ปีหลังจีนแสดงบทบาทโดดเด่นในเทคโนโลยีนี้มาตลอด ใครไปเยือนจีนต้องได้ดูโชว์หุ่นยนต์เต้น เพื่ออวดว่า พวกมันทำงานได้คล่องแคล่วแค่ไหน
KEY POINTS
- อุปสรรคสำคัญคือหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ยังไม่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ามนุษย์และต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ
- อุตสาหกรรมเผชิญความท้าทายด้านเทคโนโลยีหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ชุดทดรอบ, เซอร์โวมอเตอร์, มือหุ่นยนต์ และอัลกอริทึม AI
- ปัญหาในปัจจุบันคือหุ่นยนต์มีราคาสูงเกินไป, ขาดความน่าเชื่อถือ และยังไม่สามารถรับมือกับงานหรือสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้ดี
- ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาอีก 2-5 ปีกว่าที่หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์จะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย เนื่องจากปัญหาด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ
ปิดฉากลงแล้วสำหรับงานประชุมหุ่นยนต์โลก (World Robot Conference) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 ส.ค. ณ กรุงปักกิ่ง ช่วงไม่กี่ปีหลังจีนแสดงบทบาทโดดเด่นในเทคโนโลยีนี้มาตลอด ใครไปเยือนจีนต้องได้ดูโชว์หุ่นยนต์เต้น เพื่ออวดว่า พวกมันทำงานได้คล่องแคล่วแค่ไหน
ภายในงานนอกเหนือจากบริษัทผลิตหุ่นยนต์ภาคพลเรือนบิ๊กเนมอย่างยูนิทรี, UBTECH และ AgiBot แล้ว บริษัทจีนจำนวนมากที่มาร่วมงาน 2026 World Robot Conference ต่างมาสำรวจลู่ทางการใช้งานหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ (ฮิวแมนอยด์โรบ็อต) และหุ่นยนต์สี่ขาในด้านความปลอดภัยและด้านการทหาร เช่น การลาดตระเวนในพื้นที่อุตสาหกรรมและการควบคุมผู้ต้องสงสัย ไปจนถึงการขับเครื่องบินรุ่นเก่าและการบรรจุขีปนาวุธขึ้นเครื่องบิน
เจ้าหน้าที่จากบรรษัทอุตสาหกรรมการบินจีน (เอวีไอซี) เผยกับโกลบอลไทม์สว่า บริษัทกำลังพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์สำหรับการผลิตการบินอัจฉริยะ การบรรจุขีปนาวุธเครื่องบิน และการควบคุมเครื่องบิน อย่างหุ่นยนต์สูง 1.8 เมตร หนัก 80 กิโลกรัมที่นำมาแสดงที่บูธ เจ้าหน้าที่เล่าว่า แค่สองสามตัวก็ทำงานบรรจุขีปนาวุธได้สำเร็จ ถ้าใช้คนทำโดยปกติต้องใช้สี่ถึงหกคน เทคนิคอยู่ที่ขาของหุ่นยนต์จึงติดตั้งมอเตอร์ขนาดกะทัดรัดที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์อากาศยาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนัก
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวรายงานพัฒนาการอุตสาหกรรมหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ 2026 อย่างเป็นทางการ รายงานฉบับนี้ได้ทบทวนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สถานะของห่วงโซ่อุตสาหกรรม และโอกาสในการประยุกต์ใช้ในอนาคตของหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์อย่างเป็นระบบทั่วโลก ส่งสัญญาณว่าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ของจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากขั้นตอนการพัฒนาต้นแบบไปสู่การทดลองใช้งานเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก
การลงทุนในหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ทั่วโลกยังคงร้อนแรง จีน สหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเยอรมนี เป็นมหาอำนาจด้านวิจัยและพัฒนา แต่อุตสาหกรรมยังเผชิญอุปสรรคสำคัญในสี่ด้าน ได้แก่ ชุดทดรอบ, เซอร์โวมอเตอร์, มือหุ่นยนต์อันละเอียดอ่อน และอัลกอริทึมโมเดลเอไอที่ช่วยให้หุ่นยนต์เข้าใจและมีปฏิกิริยากับโลกได้
บริษัทจีนมีความได้เปรียบในการควบคุมต้นทุนส่วนประกอบฮาร์ดแวร์และความเร็วในการนำไปใช้งานจริงในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีช่องว่างเมื่อเทียบกับผู้ผลิตชั้นนำในต่างประเทศในด้านอุปกรณ์เซอร์โวระดับไฮเอนด์และเซ็นเซอร์ความแม่นยำสูง ปัจจุบัน หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์กำลังอยู่ระหว่างทดสอบนำร่องตรวจสอบโรงงาน การจัดการโลจิสติกส์ในคลังสินค้า การต้อนรับลูกค้า และการดูแลผู้สูงอายุ
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า การนำหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์มาใช้ในวงกว้างต้องใช้เวลาอีกสองถึงห้าปี ปัญหาสำคัญในตอนนี้คือ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ราคาแพงเกินไป ยังไม่น่าเชื่อถือ และยังไม่สามารถรับมือกับงานหรือสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้ดี
ความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสองทิศทางหลัก ทิศทางแรก จำเป็นต้องพัฒนาส่วนประกอบหลักอย่างต่อเนื่องเพื่อลดต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์โดยรวม ประการที่ 2 องค์กรต่างๆ ต้องขยายฉากทัศน์การใช้งานจริงและปรับปรุงทั้งฮาร์ดแวร์และอัลกอริทึมผ่านการทดลองในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ
ที่ผ่านมารัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งออกนโยบายสนับสนุนพิเศษ ส่งเสริมการทดสอบต้นแบบและโครงการสาธิต เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมเอไอแบบบูรณาการที่มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และแม้ความคาดหวังของตลาดยังคงสูง นักลงทุนควรพิจารณาความเป็นจริงเกี่ยวกับศักยภาพในการสร้างรายได้ในระยะสั้น โครงการหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการตรวจสอบความถูกต้อง การทำกำไรในตลาดขนาดใหญ่จะต้องอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและการปรับปรุงให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆ
จากรายงานกล่าวได้ว่า ในภาพรวมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์พัฒนาไปมาก แต่อุปสรรคใหญ่ยังมีอยู่ เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีคุยกับผู้บริหารอุตสาหกรรมฮิวแมนอยด์โรบอต ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อุปสรรคใหญ่อยู่ที่การทำให้เทคโนโลยีนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หวัง ซิงซิง ผู้ก่อตั้งบริษัทหุ่นยนต์จีน “ยูนิทรี” กล่าวว่า หุ่นยนต์ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่ามนุษย์ และต้องใช้เวลาเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ทำให้เกิดคอขวดในอุตสาหกรรม
ทัศนะของผู้ก่อตั้งยูนิทรีในเวทีประชุมหุ่นยนต์โลกเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากหุ้นยูนิทรีพุ่งขึ้น 460% จากราคาไอพีโอ ความเห็นของหวังตอกย้ำถึงความท้าทายของหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์เมื่อต้องทำงานของมนุษย์ ในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) ราคาหุ้นยูนิทรีร่วงลง 18.7%
เดือนก่อน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟซีซี) ได้เพิ่มอุปกรณ์หุ่นยนต์ขั้นสูงที่ผลิตจากต่างประเทศ รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ เข้าไปในรายชื่อสินค้าที่จำกัดการนำเข้าสู่สหรัฐ แถลงการณ์ไม่ได้ระบุประเทศ และกล่าวว่าผู้ค้าปลีกยังคงสามารถนำเข้ารุ่นที่เอฟซีซีเคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ได้
อย่างไรก็ตาม เจฟฟ์ เบิร์นสทีน ประธานสมาคมระบบอัตโนมัติก้าวหน้า กล่าวว่า ผลกระทบจากข้อจำกัดดังกล่าวยังมีไม่มากในขณะนี้ เพราะสหรัฐไม่ค่อยใช้ฮิวแมนอยด์
“ผลกระทบในสหรัฐอาจเกิดขึ้นกับหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ ซึ่งถูกนำมาใช้ในโรงงานมากกว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์เสียอีก” เขากล่าว
นั่นหมายความว่า ขณะนี้บริษัทต่างๆ นำหุ่นยนต์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ได้เน้นที่หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์
“สิ่งที่ผมได้ยินจากลูกค้าในสหรัฐคือ เราต้องการโซลูชัน เรามีปัญหา เราต้องการทางออก เราไม่แคร์ว่ามันจะเป็นฮิวแมนอยด์ หรือหุ่นยนต์ดั้งเดิม หรือหุ่นยนต์ที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น เราไม่สนด้วยซ้ำว่ามันเป็นหุ่นยนต์หรือไม่ เราอยากได้ทางออก”
“ดังนั้น ภาระจึงตกอยู่กับผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ที่จะต้องแสดงให้เห็นว่าเรามีคำตอบ” เบิร์นสทีนกล่าว พร้อมเสริมว่าหุ่นยนต์เหล่านั้นต้องมีราคาไม่แพง ปลอดภัย และพร้อมใช้งาน
สำหรับสตาร์ทอัพ “คีนอน” (Keenon) ได้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์เพื่อใช้งานร่วมกับหุ่นยนต์ส่งของแบบง่ายๆ ในการจัดการบริการซักรีดตามโรงแรมต่างๆ เช่น บัฟฟาโลไวลด์วิงส์และฮิลตัน
วาน บิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (ซีโอโอ) เผยว่า การทำงานให้สำเร็จลุล่วง 50% นั้นค่อนข้างง่าย หรือแม้แต่ 80% ก็ตาม แต่การที่จะบรรลุอัตราความสำเร็จ 99.9% นั้นเป็นการทดสอบความสามารถด้านวิศวกรรมและการฝึกอบรมอย่างแท้จริง
เขากล่าวด้วยว่า บริษัทได้จัดส่งหุ่นยนต์ไปแล้วกว่า 100,000 ตัว และคาดว่าจะเกิน 150,000 ตัวภายในสิ้นปีหน้า





