วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ทดลอง 'วัคซีนมะเร็ง' ไปได้สวย ดันหุ้น Moderna-Merck พุ่งแรง

Merck-Moderna เผยความสำเร็จเบื้องต้นผลการทดลองระยะที่ 3 “วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล” ให้ผลเชิงบวกในผู้ป่วยมะเร็งเมลาโนมา ช่วยลดความเสี่ยงกลับมาเป็นซ้ำและแพร่กระจาย ปูทางสู่การขออนุมัติใช้รักษาในอนาคต ดันหุ้นพุ่งแรง 177%

KEY POINTS

  • วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลชนิด mRNA ของ Merck และ Moderna ที่ใช้ร่วมกับยา Keytruda ประสบความสำเร็จในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3
  • ผลการทดลองเชิงบวกส่งผลให้ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยหุ้น Moderna ทะยานขึ้นราว 177%
  • การรักษาแบบผสมผสานช่วยยืดเวลาที่ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาจะมีชีวิตโดยมะเร็งไม่กลับมาเป็นซ้ำ และลดความเสี่ยงที่มะเร็งจะแพร่กระจาย
  • ความสำเร็จนี้อาจปูทางไปสู่การพัฒนาวัคซีนเพื่อรักษามะเร็งชนิดอื่น ๆ ในอนาคต เช่น มะเร็งปอดและมะเร็งไต

บริษัทเมอร์ค (Merck) และโมเดอร์นา (Moderna) ประกาศว่า การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของ “วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล” ให้ผลเบื้องต้นในเชิงบวก นับเป็นครั้งแรกที่วัคซีนมะเร็งชนิด mRNA แสดงผลเชิงบวกในการทดลองระยะสุดท้าย ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทยาทั้งสองรายนี้พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง 

ความสำเร็จเบื้องต้นนี้ทำให้หุ้น Merck พุ่งขึ้นมากกว่า 12% ในวันพุธ ขณะที่หุ้น Moderna ทะยานขึ้นถึงราว 177%

อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นที่ต่างกันมากเช่นนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขนาดของกิจการบริษัทยาทั้งสองแห่งที่ต่างกันมาก โดย Merck ถือเป็นบริษัทยายักษ์ใหญ่ในสหรัฐที่มีมูลค่าบริษัทราว 3.33 แสนล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Moderna เป็นบริษัทไบโอเทคสัญชาติอเมริกัน ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีวัคซีน mRNA มีมูลค่าตลาดประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

วัคซีนมะเร็งผ่านด่านเฟส 3

วัคซีนดังกล่าวใช้เทคโนโลยี mRNA โดยใช้ร่วมกับยา Keytruda ซึ่งเป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัดของ Merck ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญของการทดลองระยะที่ 3 กับผู้ป่วยมากกว่า 1,100 รายที่เป็นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (melanoma) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงหรืออยู่ในระยะลุกลาม และได้รับการผ่าตัดนำเนื้องอกมะเร็งที่ตรวจพบออกทั้งหมดแล้ว

การรักษาแบบผสมผสานดังกล่าวช่วยให้บรรลุเป้าหมายหลักของการศึกษา โดยช่วย "ยืดระยะเวลา" ให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ โดยที่มะเร็งเมลาโนมาไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการใช้ยา Keytruda เพียงอย่างเดียว 

นอกจากนี้ การรักษายังช่วยลดความเสี่ยงที่มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ ที่อยู่ห่างออกไปด้วย โดยผลลัพธ์ดังกล่าวช่วยต่อยอดจากข้อมูลเชิงบวกของการทดลองระยะที่ 2 ของการรักษารูปแบบเดียวกันเมื่อต้นปี 2026 นี้

“นี่เป็นช่วงเวลาครั้งสำคัญสำหรับวงการแพทย์ และเป็นช่วงเวลาครั้งสำคัญสำหรับผู้ป่วย” สเตฟาน บันเซล ซีอีโอของ Moderna กล่าวกับ CNBC

สำหรับการศึกษาระยะที่ 3 จะยังดำเนินต่อไปเพื่อประเมินผลลัพธ์ด้านอื่นๆ รวมถึงประเมินว่าการรักษาดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้นหรือไม่ โดยทั้งสองบริษัทมีแผนนำเสนอข้อมูลในการประชุมทางการแพทย์ระดับนานาชาติที่กำลังจะมีขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะยื่นคำขออนุมัติในสหรัฐเมื่อใด

นพ.ดีน หลี่ ประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเมอร์ค กล่าวว่า ทั้งสองบริษัทมีแนวโน้มจะเริ่มหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการรักษาและความปลอดภัยของวัคซีนดังกล่าว “ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”

ตอกย้ำแนวทางรักษาเฉพาะบุคคล

ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า "การรักษาแบบผสมผสานนี้ อาจกลายเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษามะเร็งเมลาโนมา" ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 1% ของมะเร็งผิวหนังทั้งหมด แต่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตส่วนใหญ่จากมะเร็งผิวหนัง โดยการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งเมลาโนมาส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายในช่วง 2-3 ปีแรกหลังการรักษาและการผ่าตัดนำมะเร็งออก

พญ.เจน ฮีลีย์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาระยะแรกด้านมะเร็งวิทยาของ Merck กล่าวว่า ผู้ป่วยมะเร็งเมลาโนมา “ต้องปรับตัวกับชีวิตใหม่หลังได้รับการวินิจฉัย จากนั้นยังต้องผ่านการรักษาที่หนักหน่วง เช่น การผ่าตัด และหลังจากนั้นก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกังวลว่ามะเร็งอาจจะกลับมาอีก”

ดังนั้นผลการทดลองนี้จึงเป็นเรื่อง “น่าตื่นเต้นอย่างมาก” ที่การรักษานี้สามารถสร้างการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีความหมายในทางคลินิก เมื่อเทียบกับ ยา Keytruda ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษามะเร็งเมลาโนมาในปัจจุบัน และผู้ป่วยยังสามารถทนต่อการรักษาได้ดี

สำหรับผลข้างเคียงของยาใหม่นี้ พญ.ฮีลีย์กล่าวว่า มีลักษณะใกล้เคียงกับวัคซีนชนิดอื่นๆ ที่คนทั่วไปได้รับเพื่อป้องกันโรคต่างๆ และระบุด้วยว่าผลการทดลองดังกล่าวยังเป็นการยืนยัน "แนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล" ที่ Merck และ Moderna พัฒนามานานหลายทศวรรษ

ดร.ฮีลีย์ อธิบายว่า เนื้องอกของผู้ป่วยแต่ละคนมีชุดการกลายพันธุ์ที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นผู้ป่วยมะเร็งชนิดเดียวกันก็ตาม วัคซีนเฉพาะบุคคลของ Merck และ Moderna จึงได้รับการออกแบบให้มุ่งเป้าไปที่การกลายพันธุ์เฉพาะในเนื้องอกของผู้ป่วยแต่ละราย แทนที่จะใช้แนวทางการรักษาแบบเดียวกันกับผู้ป่วยทุกคน

"แนวคิด" ของการรักษานี้คือ การฝึกระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและทำลายลักษณะเฉพาะของเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยแต่ละราย จากนั้นจึงเสริมการตอบสนองดังกล่าวด้วยยา Keytruda ซึ่งช่วยให้ร่างกายโจมตีมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เรามองว่า (ผลการทดลอง) มีความหมายอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคนี้ และยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพว่าการรักษากลุ่มใหม่นี้อาจมีความหมายอย่างไรต่อผู้ป่วยมะเร็งรายอื่นๆ ต่อการทดลองในอนาคต” 

ปูทางทดลองมะเร็งชนิดอื่น

ก่อนการเปิดเผยผลการทดลองครั้งนี้ เมนี ฟูรูฮาร์ นักวิเคราะห์ของบริษัท Leerink Partners ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อเดือนมิ.ย.ว่า ผลการทดลองระยะที่ 3 ถือเป็น "เหตุการณ์ชี้เป็นชี้ตาย" สำหรับหุ้น Moderna

บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า ก่อนที่ราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นในวันพุธ มูลค่าหุ้นของบริษัทได้สะท้อนความคาดหวังไปแล้วส่วนหนึ่งว่า ในที่สุดวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลนี้อาจสามารถใช้ได้กับมะเร็งหลายชนิด ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมะเร็งเมลาโนมาเท่านั้น

ปัจจุบัน Merck และ Moderna กำลังศึกษาวัคซีนดังกล่าวในการทดลองหลายโครงการสำหรับมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วย เช่น มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (non-small cell lung cancer) มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งไต

 

ที่มา: CNBC