ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ หลังมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีที่ทะเลแดง นอกชายฝั่งซาอุดีอาระเบีย ผู้ค้าหวั่นสงครามอิหร่าน-สหรัฐรุนแรงหนักกว่าเดิม
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ (23 ก.ค.69) หลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ประกอบกับคำขู่ระลอกใหม่จากสหรัฐ ที่จะยกระดับการโจมตีตอบโต้อิหร่าน
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม โดยเกณฑ์อ้างอิงราคาน้ำมันโลกทะยานขึ้น 6.4% อยู่ที่ 100.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 10:18 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ( 21:18 น.เวลาประเทศไทย)
ด้านน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐ พุ่งขึ้นราว 5% อยู่ที่ 91.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 30% ในเดือนนี้ เนื่องจากความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลางยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างมาก
ทรัมป์ขู่จะโจมตีอิหร่าน ฮูตีอย่างหนัก
กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอานาจอิหร่าน ระบุว่าได้เล็งเป้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำด้วยโดรนและขีปนาวุธ ข้อหาละเมิดมาตรการปิดล้อมทางทะเลที่กลุ่มฮูตีประกาศใช้กับริยาดในสัปดาห์นี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐ จะถือให้อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือในทะเลแดงโดยกลุ่มฮูตีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมขู่ว่าจะลงโทษทางทหารครั้งใหญ่ต่อทั้งเตหะรานและกลุ่มติดอาวุธในเยเมน
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทรัมป์เตือนว่า สหรัฐ จะทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้าของอิหร่านหนึ่งแห่ง ทุกครั้งที่เตหะรานโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านตอบโต้ด้วยการเตือนว่าจะเอาคืนด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินทางพลังงานที่เชื่อมโยงกับสหรัฐ ทั่วภูมิภาค หากวอชิงตันลงมือโจมตีตามที่ขู่ไว้จริง
"หากคนอเมริกันเล็งเป้าโจมตีสะพานหรือโรงไฟฟ้าในอิหร่าน อิหร่านก็จะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและสะพานในภูมิภาคเช่นกัน รวมถึงสินทรัพย์ทางพลังงานที่สหรัฐ มีผลประโยชน์อยู่" แหล่งข่าวทางทหารที่ไม่เปิดเผยนามของอิหร่านกล่าวกับสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ของรัฐบาล
การยกระดับความรุนแรงอันตรายยิ่งขึ้น
เฮลิมา ครอฟต์ (Helima Croft) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของ RBC Capital Markets กล่าวว่า สงครามระหว่างสหรัฐ กับอิหร่านได้เข้าสู่ช่วงที่อันตรายยิ่งขึ้น เนื่องจากยุทธการสู้รบได้ขยายวงกว้างไปสู่ทะเลแดง และอิหร่านเริ่มเล็งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในอ่าวเปอร์เซีย เช่น โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล
ครอฟต์ ระบุว่า ความกดดันอย่างสุดขีดกำลังก่อตัวขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงเกินสถิติปี 2022 ที่ 128 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (หลังรัสเซียบุกยูเครน) และในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเกิดสงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาค ราคาน้ำมันเบรนท์อาจทะลุจุดสูงสุดเดิมของปี 2008 ที่ 146 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้เลยทีเดียว
สงครามรัสเซีย-ยูเครนสร้างแรงกดดันต่อตลาด
นอกจากนี้ สงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียก็กำลังสร้างแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันโลกด้วยเช่นกัน โดยครอฟต์ เสริมว่า ยูเครนได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันมากกว่า 150 ลำในทะเลดำและทะเลอาซอฟในเดือนนี้ การโจมตีเรือดังกล่าวส่งผลให้บริษัท Caspian Pipeline Corporation ต้องหยุดการขนถ่ายน้ำมันดิบที่สถานีปลายทางในทะเลดำ
ครอฟต์ กล่าวว่า ราว 80% ของน้ำมันดิบจากคาซัคสถานถูกส่งออกผ่านท่อส่งน้ำมันดังกล่าว
"ระยะเวลาในการปิดให้บริการยังคงไม่แน่นอน แต่เส้นทางทางเลือกสำหรับคาซัคสถานมีจำกัด (และไม่น่าจะทดแทนท่อ CPC ได้ทั้งหมด) ซึ่งหมายความว่ากำลังการผลิต (1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน) อาจต้องเผชิญกับการระงับการผลิต" นักวิเคราะห์กล่าว


