วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'เนสท์เล่' ขายหุ้น 50% 'ธุรกิจน้ำดื่ม' ตั้งบริษัทร่วมทุน ปรับโครงสร้างธุรกิจ

บริษัทแม่ 'เนสท์เล่' ประกาศขายหุ้น 50% ในธุรกิจน้ำดื่ม คาดรับเงิน 3 พันล้านยูโร แยกธุรกิจตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน

บริษัทเนสท์เล่ เอสเอ (Nestle SA) ตกลงขายหุ้น 50% ในธุรกิจ "น้ำดื่มบรรจุขวด" ให้แก่บริษัท Platinum Equity เป็นเงินสดประมาณ 3 พันล้านยูโร (ราว 1.16 แสนล้านบาท) ท่ามกลางการเดินหน้าปรับโครงสร้างบริษัทด้วยการทยอยขายธุรกิจที่มีผลประกอบการอ่อนแอ

Platinum Equity ซึ่งเป็นบริษัทไพรเวทอิควิตี้ที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาเศรษฐี ทอม กอเรส เป็นผู้ชนะเหนือผู้สนใจรายอื่นในการเข้าซื้อธุรกิจดังกล่าว โดยเป็นเจ้าของแบรนด์น้ำดื่มชื่อดังอย่าง Perrier และ S.Pellegrino

ทั้งสองบริษัทจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ในสัดส่วน 50:50 ภายใต้ชื่อ "Peranel" ซึ่งมีมูลค่ากิจการ 4.9 พันล้านยูโร โดยจะรวมแบรนด์น้ำดื่มพรีเมียมทั้ง Perrier, S.Pellegrino และ Acqua Panna รวมถึงธุรกิจ Nestlé Pure Life และธุรกิจน้ำดื่มท้องถิ่นของบริษัท

การขายหุ้นในธุรกิจน้ำดื่มครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูธุรกิจที่มุ่งกลับมาให้ความสำคัญกับแบรนด์หลักของบริษัท โดยก่อนหน้านี้ในเดือนเม.ย. เนสท์เล่ก็เพิ่งประกาศขายกิจการร้านกาแฟ "Blue Bottle Coffee" และยังได้เจรจากับผู้ซื้อที่เป็นไปได้สำหรับธุรกิจวิตามิน ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาผลประกอบการเช่นกัน

ทั้งนี้ ธุรกิจน้ำดื่มของเนสท์เล่เผชิญแรงกดดันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ซบเซา รวมถึง "การถูกตรวจสอบและฟ้องร้อง" เกี่ยวกับการใช้กระบวนการกรองและบำบัดน้ำในผลิตภัณฑ์น้ำดื่มบรรจุขวดบางรายการ เช่น ในประเทศฝรั่งเศส

ฟิลิปป์ นาฟราทิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเนสท์เล่ ยังเดินหน้าปรับปรุงการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ซึ่งดำเนินธุรกิจตั้งแต่นมผงสำหรับทารก กาแฟ ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง โดยมุ่งเน้นการลงทุนในแบรนด์หลักของบริษัท

ขณะเดียวกัน เนสท์เล่ยังรายงานว่ายอดขายแบบออร์แกนิกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 3.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 3.51% ขณะที่ Real Internal Growth (RIG) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของปริมาณการขายที่แท้จริง อยู่ที่ 1.5%


ที่มา: Reuters, Bloomberg