วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

รู้จัก ‘Moonshot’ ดาวรุ่งใหม่ของจีน เขย่าวงการ AI โลกต่อจาก DeepSeek

เมื่อต้นปี 2025 DeepSeek เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกมาแล้ว หลังเปิดตัวโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงทว่าต้นทุนต่ำ จนทำให้นักลงทุนตั้งคำถามต่อความเป็นผู้นำด้าน AI ของสหรัฐที่ราคาแพงกว่ากันหลายเท่าตัว และฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงหนักทั่วโลก

ล่าสุดปรากฏการณ์คล้ายๆ กันกำลังเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ “Moonshot AI” บริษัทสตาร์ตอัปจากกรุงปักกิ่ง เปิดตัว “Kimi K3” โมเดลเอไอแบบ Open-weight ที่ทำผลงานในการทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ “ทัดเทียม” โมเดลระดับแนวหน้าของสหรัฐอย่าง OpenAI และ Anthropic จนสร้างแรงเทขายในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้เด่นเรื่องราคาเหมือนครั้งที่แล้ว แต่มาแข่งที่ศักยภาพ และความพรีเมียม 

Moonshot คือใคร ทำไมดังไปทั่วโลก

Moonshot AI คือ สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกรุงปักกิ่ง ที่เพิ่งก่อตั้งได้เพียงประมาณ 3 ปี หรือเมื่อต้นปี 2024 และเพิ่งเป็นกระแสไปทั่วโลกหลังเปิดตัวโมเดล LLM รุ่นใหม่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในชื่อว่า “Kimi K3” และผ่านการทดสอบมาตรฐานในระดับที่ทัดเทียมกับโมเดลชั้นนำของโลกอย่าง OpenAI และ Anthropic

เว็บไซต์จัดอันดับ Artificial Analysis จัดให้ Kimi K3 มีคะแนนสูงเป็น “อันดับ 3” จากทั้งหมด 28 รุ่น เอาชนะได้ทั้ง Gemini, Grok, Opus และอีกหลายโมเดลชั้นนำของสหรัฐ โดยเป็นรองเพียงแค่ Claude Fable 5 จากค่ายแอนโทรปิก และ GPT 5.6 Sol (Max) จากค่ายโอเพนเอไอ เท่านั้น

รู้จัก ‘Moonshot’ ดาวรุ่งใหม่ของจีน  เขย่าวงการ AI โลกต่อจาก DeepSeek

Kimi K3 แตกต่างจากค่ายอเมริกาตรงที่เป็นโมเดล Open-weight หรือโมเดล “กึ่งเปิด” ที่ให้ผู้ใช้นำค่าน้ำหนัก (weights) ซึ่ง AI เรียนรู้จากการฝึกไปติดตั้ง และปรับแต่งใช้งานเองได้ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด เช่น ชุดข้อมูล วิธีการฝึก และซอร์สโคดที่ใช้พัฒนาโมเดล เรียกได้ว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างโมเดลแบบปิดที่ Antropic และ OpenAI ใช้อยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับเปิดเป็น Open-source

แต่ตัวเลขที่ทำให้หลายคนทึ่งก็คือ โมเดลจีนตัวนี้มีค่า “พารามิเตอร์” หรือค่าน้ำหนักที่โมเดล AI เรียนรู้จากการฝึกมากถึง 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ ซึ่งถือเป็นขนาดที่ใหญ่มาก และมักจำกัดอยู่แค่ใน AI โมเดลปิดระดับเรือธงตัวท็อปที่เรียกกันว่า “Frontier AI”

นั่นหมายความว่าจีนสามารถสร้างโมเดล Open-weight ขนาดใหญ่มากที่มีสมรรถนะในระดับ Frontier AI ได้แล้ว และเอาชนะโมเดลดังๆ หลายรุ่นจากสหรัฐได้

โมเดลที่มีขนาดใหญ่มากนี่เองที่ทำให้ Kimi K3 มีจุดเด่นเรื่องการเขียนโคด (Coding) การให้เหตุผล (Reasoning) และการรองรับบริบทยาว (Long Context)

ความสามารถด้านการเขียนโคดถือเป็นหนึ่งในบริการที่สร้างรายได้มากที่สุดของบริษัทที่พัฒนาโมเดล AI ระดับแนวหน้า และเป็นแหล่งรายได้สำคัญของ Anthropic และ OpenAI ก่อนที่ทั้งสองบริษัทจะเดินหน้าไอพีโอ หาก Moonshot สามารถนำเสนอทางเลือกที่มีศักยภาพได้ ก็อาจพลิกโฉมธุรกิจนี้ได้

แม้จะบอกว่าไม่ได้แข่งที่ราคาถูกเหมือนเคส DeepSeek แต่ราคาที่แพงที่สุดตัวหนึ่งในจีนก็ยังถูกกว่ามากเมื่อเทียบเรือธงหลายตัวของสหรัฐ

Kimi K3 มีต้นทุนเฉลี่ยในการทำภารกิจมาตรฐาน AI อยู่ที่ประมาณ 0.95 ดอลลาร์ต่อภารกิจ ซึ่งแพงขึ้นมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Kimi 2.6 หรือ DeepSeek V4 Flash อยู่ในช่วงราคาเพียง 0.02-0.33 ดอลลาร์ แต่ก็ยังถูกกว่ามากเมื่อเทียบ Claude Fable 5 ซึ่งอยู่ที่ 2.75 ดอลลาร์

“หยาง จื้อหลิน” หัวกะทิดาวรุ่งจีน

ผู้ที่ก่อตั้ง Moonshot คือ “หยาง จื้อหลิน” (Yang Zhilin) อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชิงหัว ซึ่งเคยทำงานที่ Meta Platforms Inc. และ Google

ก่อนที่ DeepSeek จะสร้างชื่อเสียงขึ้นมา หยางถือเป็นบุคคลที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ AI ของจีน เขาเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน และเป็นผู้เขียนงานวิจัยด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ที่ได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวางมากกว่า 12 ฉบับ

รู้จัก ‘Moonshot’ ดาวรุ่งใหม่ของจีน  เขย่าวงการ AI โลกต่อจาก DeepSeek

เมื่อเขาตัดสินใจก่อตั้งบริษัทของตัวเองเพื่อท้าชิง OpenAI บรรดากองทุนเวนเจอร์ แคปิทัลต่างแห่เข้ามาสนับสนุนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มูลค่าของบริษัท Moonshot AI พุ่งแตะ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Kimi ก้าวขึ้นเป็นทางเลือกแทน ChatGPT ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในจีน

หยาง จื้อหลิน วัย 33 ปี ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักวิชาการและมีชื่อในด้าน AI เท่านั้น แต่ยังมี “คาแรกเตอร์” ที่โดดเด่นเรื่องความเป็น “แฟนเพลงเมทัล” ตัวยง นำความชอบมาสอดแทรกในวัฒนธรรมองค์กร ห้องประชุมภายในสำนักงานใหญ่ถูกตั้งชื่อตามวงดนตรีที่เขาชื่นชอบ เช่น Radiohead, Led Zeppelin, Queen และ Nirvana

ส่วนแพ็กเกจสมาชิกของโมเดลเอไอ Kimi ก็ใช้ชื่อที่อิงมาจากคำกำหนดจังหวะในดนตรีคลาสสิก ได้แก่ Adagio, Andante และ Moderato ขณะที่ชื่อของบริษัทในภาษาจีนยังแปลว่า “Dark Side of the Moon” ซึ่งเป็นชื่อตามอัลบั้มโปรดจากวง Pink Floyd ด้วย

เล็ง IPO ภายใน 6 เดือน

บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า Moonshot AI เปิดเผยกับนักลงทุนว่ากำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เร็วสุดภายใน 6 เดือน หลังโมเดล AI รุ่นล่าสุดของบริษัทได้เปลี่ยนมุมมองของอุตสาหกรรมที่มีต่อศักยภาพด้าน AI ของจีน และส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกปรับตัวร่วงลง

รู้จัก ‘Moonshot’ ดาวรุ่งใหม่ของจีน  เขย่าวงการ AI โลกต่อจาก DeepSeek

บริษัทได้เริ่มกระบวนการขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น โดยส่งเอกสารขอมติผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับแผนการเข้าจดทะเบียนใน “ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง” แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่า IPO อาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดภายในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ Moonshot อยู่ระหว่างสรุปการระดมทุนรอบใหม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทอายุ 3 ปีแห่งนี้มีมูลค่ากิจการ “มากกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์”

บริษัทประเมินว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมสำหรับการเข้าตลาดหุ้น หลังรายรับตามแผนล่วงหน้าต่อปี (ARR) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดรายได้ในอนาคตพุ่งแตะ 300 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมิ.ย. ขณะที่บลูมเบิร์กเคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าบริษัทมี ARR แตะ 200 ล้านดอลลาร์ ในเดือนเม.ย.

บริษัทตั้งราคา Kimi K3 ไว้ในระดับใกล้เคียงกับ Claude Sonnet ของ Anthropic ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ของตนมีศักยภาพเพียงพอที่จะตั้งราคาสูงกว่าโมเดล AI จีนรายอื่นๆ โดยแหล่งข่าวระบุว่านับตั้งแต่เปิดตัว K3 ยอดขายรายวันของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 6 เท่า

ปัจจุบันบริษัทจำหน่ายแพ็กเกจสมาชิกสำหรับแชตบอตหลายระดับ และเปิดให้ลูกค้าองค์กรใช้เทคโนโลยีเอไอของบริษัท นอกจากนี้ยังเพิ่งเปิดตัว AI Agent อเนกประสงค์ชื่อ Kimi Work อย่างไรก็ตาม ขนาดธุรกิจยังเล็กกว่าบริษัทอย่าง Z.AI ซึ่งกำลังมุ่งสู่รายได้ต่อปีที่ 1 พันล้านดอลลาร์

Moonshot กำลังเร่งเดินหน้าเข้าตลาดทุนในช่วงที่รัฐบาลปักกิ่งเพิ่มการสนับสนุนการพัฒนา AI ภายในประเทศ โดยประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ยกย่องความก้าวหน้าของจีนด้าน AI ต้นทุนต่ำ พร้อมเรียกร้องให้มีระเบียบเทคโนโลยีโลกที่เปิดกว้างมากขึ้น

ขณะเดียวกัน “DeepSeek” ก็กำลังวางแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเช่นกัน โดยคาดว่าจะเป็นปี 2570 พร้อมเดินหน้าระดมทุนรอบที่สองจากนักลงทุน เพื่อเสริมฐานเงินทุนสำหรับการพัฒนาบริการ AI และขยายการให้บริการทั่วโลกด้วยราคาที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบคู่แข่งจากสหรัฐ

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์