วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

‘จีน’ ตั้ง 3 เกณฑ์คุม IPO ‘ฮิวแมนนอยด์’ สกัดสตาร์ทอัพเข้าตลาดหุ้น

จีนคุมเข้ม IPO! หวังสกัดสตาร์ทอัพ ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’ ตั้ง 3 เกณฑ์เข้าตลาดหุ้นที่แทบไม่มีใครผ่าน ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาวะฟองสบู่ในตลาดทุน

ซีเอ็นบีซีรายงานสำนักงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) กำลังยกระดับเกณฑ์การนำบริษัทสตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ด้วยเงื่อนไขใหม่ 3 ข้อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระแสการลงทุนในตลาดนี้เริ่มชะลอตัวลง หลังนักลงทุนทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามว่า “หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่หรือไม่?”

ตามรายงานจากแหล่งข่าวระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนต้องการให้สตาร์ทอัพ "Embodied AI" ในประเทศที่ต้องการระดมทุนผ่าน IPO ต้องผ่านเกณฑ์จำเพาะ 3 ข้อ ประกอบด้วย

  • มีรายได้และคำสั่งซื้อเชิงพาณิชย์ที่ยั่งยืน โดยบริษัทต้องพิสูจน์ได้ว่ามีกระแสรายได้และออร์เดอร์จริงทางธุรกิจอย่างมั่นคง
  • ผลขาดทุนต้องลดลงต่อเนื่อง ต้องมีแนวโน้มการขาดทุนที่ลดลงอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดทำแผนคาดการณ์ทางการเงินล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 3 ปี
  • มีเทคโนโลยีหลักเป็นของตัวเอง คือบริษัทต้องถือครองเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ระบบสมองกลหรือมือกลของหุ่นยนต์

แม้ว่าจะมีเงื่อนไขระบุว่าบริษัทอาจต้องผ่านเพียง 2 ใน 3 ข้อเท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีบริษัทใดทำได้จริงหรือไม่ ส่งผลให้ความคาดหวังลดลงเหลือเพียงบริษัทจำนวนหยิบมือเดียว หรืออาจไม่มีเลยที่จะสามารถเข้าสู่ตลาดทุนได้ โดยก่อนหน้านี้มีบริษัทด้านหุ่นยนต์และ Embodied AI อย่างน้อยสองโหลที่ยื่นขอจดทะเบียนเฉพาะในตลาดฮ่องกงเท่านั้น

กระแส IPO ร้อนแรงสู่บททดสอบสุดเข้ม

การตรวจสอบบริษัทสตาร์ทอัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเริ่มเข้มข้นขึ้นในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 

 Unitree บริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรม ได้รับการอนุมัติแบบฟาสต์ทรกในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 

แต่ในวันถัดมา “หวัง ซิงซิง” ผู้ก่อตั้ง กลับเตือนว่าการทำตลาดเชิงพาณิชย์นอกเหนือจากหุ่นยนต์เต้นรำยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงถึงความสามารถที่แท้จริงและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเหล่านี้

ปัจจุบันจีนมีบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 100 แห่ง ภายใต้นโยบายผลักดันระดับชาติ โดยข้อมูลจาก Xiniu ระบุว่าการลงทุนในภาคส่วนนี้พุ่งสูงถึง 4.709 หมื่นล้านหยวน หรือราว 2.3 แสนล้านบาทในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากไตรมาสแรก

 ขณะที่ Unitree สามารถระดมทุนได้ราว 6.1 พันล้านหยวนในการไอพีโอ แต่ราคาหุ้นในเวลาต่อมากลับปรับตัวลดลงอย่างมาก เช่นเดียวกับ Ubtech ในฮ่องกงที่ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 40% ในปีนี้

ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงเหล่านี้สวนทางกับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่บริษัทหุ่นยนต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์จาก Rhodium Group ชี้ว่าบริษัท AI ของจีนมีรายได้เพียงประมาณ 10% ของบริษัทอย่าง Anthropic และ OpenAI เท่านั้น แต่สัดส่วนมูลค่ากิจการต่อรายได้กลับสูงกว่าคู่แข่งในสหรัฐอย่างมาก 

ในขณะที่ตลาดยังคงจับตาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ AMD ประกาศเข้าซื้อกิจการ World Labs มูลค่า 8.2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมแกร่งด้านโมเดล AI สำหรับสภาพแวดล้อมเสมือนจริง 3 มิติ ที่สำคัญต่อการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์