วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เปิดเงินรางวัล ‘ฟุตบอลโลก' 2026 'สเปน'คว้าแชมป์รับ 1,800 ล้านบาท จาก FIFA

เปิดเงินรางวัล ‘ฟุตบอลโลก 2026’ สเปนคว้าแชมป์สมัยที่ 2 รับ 1,700 ล้านบาท เบื้องหลังเงินรางวัลประวัติศาสตร์ ทำไม FIFA ต้องอัดฉัดเพิ่ม

เอพีนิวส์รายงานบทวิเคราะห์โครงสร้างเงินรางวัลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยระบุว่า ทีมผู้ชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะได้ชูถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ได้รับแหวนแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และได้จารึกเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ตลอดชีวิตซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์กีฬาของประเทศเท่านั้น แต่ยังจะได้รับ “เงินรางวัล” จำนวนมหาศาลกลับบ้านอีกด้วย ตามรายงานระบุว่า 

  • ผู้ชนะเลิศฟุตบอลโลก จะได้รับเงินรางวัล 51 ล้านดอลลาร์ หรือ ราว 1,700 ล้านบาท
  • ทีมรองชนะเลิศฟุตบอลโลก จะได้รับเงินรางวัล 34 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,224 ล้านบาท

ฟีฟ่าเพิ่มงบทำสถิติใหม่ 871 ล้านดอลลาร์

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้อนุมัติเพิ่มเงินสนับสนุนสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย ยอดรวม 871 ล้านดอลลาร์ หรือราว 31,350 ล้านบาทเพื่อกระจายให้กับ 48 ทีมชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ยอดรวมนี้รวมถึงเงินจำนวนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ที่ฟีฟ่าอนุมัติเพิ่มเข้ามาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลหลายแห่งในทวีปยุโรปออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อนำมาครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันที่จัดขึ้นใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักสูงขึ้นอย่างมาก

51 ล้านดอลลาร์... มากหรือน้อยในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน?

เงินรางวัล 51 ล้านดอลลาร์สำหรับทีมแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็น อาร์เจนตินา หรือ สเปน แม้จะเป็นเงินจำนวนมหาศาล แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเม็ดเงินที่หมุนเวียนในวงการฟุตบอลระดับโลกยุคปัจจุบัน ตัวเลขนี้กลับดู “น้อย” ลงไปทันที

นอกจากนี้ ยอดเงินดังกล่าว ยังน้อยกว่าเงินรางวัลที่แชมป์รายการ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก หรือ Club World Cup เมื่อปีที่แล้วได้รับ ซึ่งการแข่งขันนั้นก็จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน

เพื่อแสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เงินรางวัล 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐของผู้ชนะเลิศฟุตบอลโลก ยังมีมูลค่าน้อยกว่าค่าธรรมเนียมการย้ายทีม ที่สโมสรไบรท์ตัน ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษเพิ่งจ่ายไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อคว้าตัว ”ลูกา วูสโควิช“ (Luka Vušković) กองหลังวัย 19 ปีทีมชาติโครเอเชีย

เปิดโครงสร้างเงินรางวัลฟุตบอลโลก

ฟีฟ่าจ่ายเงินให้กับสหพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติทั้ง 48 ประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • เงินรางวัลโบนัส ตามผลงานของแต่ละทีมที่ทำได้ในทัวร์นาเมนต์
  • เงินสนับสนุนทั่วไป เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมและการเตรียมความพร้อมของทีม

ทั้ง 48 ทีมจะได้รับเงินการันตีขั้นต่ำอย่างน้อย 12.5 ล้านดอลลาร์สำหรับการเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย

  • 10 ล้านดอลลาร์ สำหรับเงินรางวัลสำหรับการผ่านเข้ารอบคัดเลือกและลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม
  • 2.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นเงินสนับสนุนสำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมและเก็บตัวก่อนการแข่งขัน

การจ่ายเงินสนับสนุนล่วงหน้านี้ เป็นข้อตกลงที่เคยเกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งก่อนๆ เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงความตึงเครียดภายในทีมก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ซึ่งมักเกิดปัญหาบ่อยครั้งจากการที่นักเตะออกมาอ้างว่าสหพันธ์ฟุตบอลของตนไม่ได้จ่ายเงินโบนัสให้

ตารางเงินรางวัลฟุตบอลโลก

เงินรางวัลจะเพิ่มสูงขึ้นตามอันดับที่แต่ละทีมทำได้ โดยทีมแชมป์จะได้รับ 51 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับ 42 ล้านดอลลารที่อาร์เจนตินาเคยได้รับจากการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งครั้งนั้นมี 32 ทีมเข้าร่วม และมีเงินรางวัลรวม 440 ล้านดอลลาร์

  • แชมป์โลก (สเปน)    51 ล้านดอลลาร์
  • รองชนะเลิศ(อาร์เจนตินา)    34 ล้านดอลลาร์
  • อันดับที่ 3 (อังกฤษ)    30 ล้านดอลลาร์
  • อันดับที่ 4 (ฝรั่งเศส)    28 ล้านดอลลาร์
  • รอบ 8 ทีมสุดท้าย (อันดับ 5–8)    20 ล้านดอลลาร์
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย (อันดับ 9–16)    16 ล้านดอลลาร์
  •  รอบ 32 ทีมสุดท้าย (อันดับ 17–32)    12 ล้านดอลลาร์
  • รอบแบ่งกลุ่ม (อันดับ 33–48)    10 ล้านดอลลาร์

แรงดันจากสมาคมยุโรป สู่การปรับเพิ่มเงินรางวัล

จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นนี้ เกิดขึ้นหลังจากสมาคมกีฬาหลายแห่ง โดยเฉพาะจากทวีปยุโรป ได้แจ้งกับฟีฟ่าว่า โครงสร้างเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายในการเตรียมทีมที่ฟีฟ่าเคยกำหนดไว้เมื่อปีที่แล้ว จะทำให้สมาคมของพวกเขาขาดทุนจากการแข่งขัน เว้นแต่ว่าทีมของตนจะสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ในรอบน็อกเอาต์ได้เท่านั้น

ฟิลิปป์ ดิอัลโล ประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดัง L’Equipe ว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือกับ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า โดยชี้ให้เห็นว่า ทีมที่เข้าร่วมฟุตบอลโลกไม่ได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสม เมื่อเทียบกับสโมสรเชลซี ผู้ชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้รับเงินรางวัลสูงถึง 115 ล้านดอลลาร์

สวัสดิการพิเศษ ‘ตั๋วเครื่องบิน-โรงแรม’

นอกเหนือจากเงินรางวัลหลักแล้ว ภายใต้กฎระเบียบฟุตบอลโลก ฟีฟ่ายังมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่

ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นธุรกิจ สำหรับแต่ละสหพันธ์ในการเดินทางมาร่วมแข่งขัน

ค่าที่พักและอาหารสำหรับคณะผู้แทน 50 คน รวมผู้เล่น โดยเริ่มจ่ายตั้งแต่ 5 คืนก่อนเกมนัดแรกของทีม และจ่ายต่ออีก 1 คืนหลังจากทีมตกรอบ

ค่าเดินทางภายในประเทศ สำหรับสมาชิกคณะผู้แทนสูงสุด 50 คน พร้อมจัดหา "ยานพาหนะเฉพาะกิจ รวมถึงรถบรรทุกขนส่งอุปกรณ์"

สมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศ จะต้องรับผิดชอบจ่ายค่า "ประกันภัยที่เหมาะสม" เอง ซึ่งรวมถึงประกันการบาดเจ็บ อุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ และการเดินทาง รวมถึงต้องจ่าย "ค่าใช้จ่ายโรงแรมเพิ่มเติม" และค่าที่พักสำหรับสมาชิกคณะเดินทางส่วนที่เกินจาก 50 คนอีกด้วย

เงินรางวัลจากการแข่งขัน ฟีฟ่าจะโอนจ่ายให้กับสหพันธ์ฟุตบอลของแต่ละประเทศโดยตรง ไม่ได้จ่ายให้นักเตะเป็นการส่วนตัว ซึ่งแต่ละสหพันธ์จะมีกฎเกณฑ์ในการจัดสรรเงินก้อนนี้แตกต่างกันไป

กรณีศึกษาของสหรัฐอเมริกา โดยสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ (US Soccer) มีนโยบายหักเงินรางวัลไว้ใช้บริหารสมาคม 20% ส่วนเงินที่เหลืออีก 80% จะนำมาแบ่งเท่าๆ กันระหว่าง ทีมฟุตบอลชายทีมชาติสหรัฐและ ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐ ตามข้อตกลงประวัติศาสตร์ปี 2022 ที่กำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนแก่ทีมชายและทีมหญิงอย่างเท่าเทียมกัน